Homeองค์กรมหาปราชญ์ตอบปัญหาชีวิตWebboardติดต่อเราLinkศูนย์ธัญญลักษณ์ เนอสซิ่งโฮม ( คุณปู )
เพลงสวด-บทสวดมนต์
องค์กรมหาปราชญ์
วิชามหาปราชญ์
เรื่องของกรรม

โหราศาสตร์ พิชัยสงคราม วิเคราะห์ ชื่อ-นามสกุล
โหราศาสตร์พม่า โหงวเฮ้ง รายมือ
บริการจัดส่งพนักงานแม่บ้าน พี่เลี้ยงเด็กแรกเกิด - 7 ขวบ  เฝ้าไข้ - ดูแลผู้สูงอายุ
บริการจัดส่ง พนักงาน แม่บ้าน แม่ครัว พี่เลี้ยงเด็ก คนเฝ้าไข้ ดูแลผู้สูงอายุ
การเผยแพร่ความรู้ทางจริยธรรม
เว็บบอร์ด > รู้จักทำบุญ แต่ไม่มีน้ำใจ


ห้วข้อกระทู้
รู้จักทำบุญ แต่ไม่มีน้ำใจ
รายละเอียด
อาจารย์ค่ะ วันนี้มีโอกาสได้ไปสถานปฎิบัติธรรมแห่งนึงแถวๆบ้านนี่แหละค่ะ ไปกลับมาแทนที่จะมีความสุข ได้ความสลดใจกลับมาแทน เข้าติดป้ายว่ามีฟังเทศน์ฟังธรรม ด้วยความที่คิดว่าคงเป็นอะไรที่พิสดารที่เราคงไม่เคยได้ยินได้ฟังที่ไหนมาแน่ๆ แต่พอก้าวเท้าเข้าไปก็มีพระวัดนู้นวันนี้มานั่งเรียงกัน ได้ ยี่สิบรูป พูดเชิญชวนให้ทำบุญอยู่นั้นแหละ อีกคนที่คอยนำสวด พอคนมาทำบุญก็ขานชื่อ แล้วก็ไล่เรียงชื่อว่าใครทำเท่าไหร่ๆ แล้วก็อนุโมทนา สาธุ ถ้านั่งนับคงได้เป็นร้อยๆที คนก็นะ ยกมือสาธุตามเค้าอีก ไม่รู้ในใจอนุโมทนาจริงรึเปล่า ความรู้สึกของดิฉันที่มองผู้คนพวกนี้ไม่มีความรู้สึกเลยว่าเค้าจะเข้าใจอะไรในสาระของพระพุทธศาสนาเลย ไม่ต้องพูดถึงแก่น อย่าว่าแต่เปลือกเลยคนพวกนี้ก็ไม่ได้เข้าถึงเลย เป็นได้แค่วัชพืชของศาสนาเท่านั้น เชื่อมั้ยค่ะว่าคนเป็นร้อยกินกันจานชามมากมายมีคนไปนั่งล้างอยู่แค่ สาม คน ที่เหลือไปรอฟังพระเทศน์ทิ้งจานกองโตไว้ให้คนอื่นล้าง มีเงินซื้อบุญทีละหลายพันแต่แค่น้ำใจที่จะมาช่วยกันล้างจานแค่คนละ ห้าใบสิบใบยังไมมี แล้วพิธีการก็มากมาย เห็นแล้วเบื่อหน่าย พอถึงเวลาเทศน์ก็เทศน์นิดเดียวแถมเป็นเรื่องที่หาอ่านเอาในหนังสือก็ได้ กลับบ้านมาเหนื่อยค่ะ แค่นั่งล้างจายอยู่ชั่วโมงก็เหนื่อยแล้ว แต่เหนื่อยใจกับสภาพที่ไปเห็นเบิ้ลเข้าไปอีก ตกลงเค้ารู้กันมั้ยค่ะว่าทำบุญไปทำไม มีแต่พวกที่บ้าพระบ้าวัด บ้าทำสังฆทาน อีกทีก็คนแก่ไปเลยคล้ายๆว่าเห็นพระมารวมๆ อยู่กันเยอะๆฉันก็คงได้บุญแล้วล่ะ ทั้งหมดเป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะ คนที่เค้าดีๆเข้าใจหลักศาสนาอย่างถูกต้องแท้จริงก็คงมีอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยแต่ดิฉันคนนึงล่ะที่ไม่เอาด้วยอีกแล้ว เพราะความเชื่อส่วนตัวของดิฉัน เชื่อว่าต้องสันโดษและวิเวก ถึงจะเข้าถึงหลักของพระพุทธศาสนาได้

ผู้โพส : ปาณิศา
วันที่ : Tuesday, June 20, 2552 เวลา : 11:28:08 AM


ความคิดเห็นที่ 1
ความคิด ความรู้สึก ของปาณิศาคงไม่แตกต่างไปจากอาจารย์หรอกครับอาจารย์ได้เห็นได้ยินได้ฟังอะไรๆและสัมผัสทำนองนี้รู้สึดถึงความล้มเหลว (ไม่อยากเรียกว่าความเหลวแหลก) เหล่านี้ของบุคคลในวงการมามาก มากกว่านี้เยอะจริงๆ แต่ก่อนก็รู้สึกตึงเครียด และแค้นใจ จนหาความสุขไม่ได้ เคยล่าตั้งกระทู้ถามจับผืดพระโดยทั่วไปที่มาทำเกะกะผิดสมณะวิสัย จนคนใกล้ชิดรู้จักนิสัยดีในสมัยก่อน บางรูปเมื่อตอบไม่ได้ถึงกับตาแดงตัวสั่น ท้าชกกันถามว่าเป็นตำรวจจับพระหรือ เราก็ต้องยกมือไหว้ขอขมาแล้วอธิบาย เหตุผลอย่างนิ่มนวล จนเขาลดอาการโกรธลง เคยไปบวชพราหมณ์อยู่วัดป่าก็เจอเรื่องราว ความประพฤติแย่ๆระดับเจ้าอาละวาด เที่ยวไล่จับสึกพระที่ตัวเองไม่ชอบโดยที่เขาไม่มีความผิด เชิญเจ้าคณะอำเภอให้มาจัดการ เป็นจังหวะที่อาจารย์บวชอยู่ รู้เห็นทุกอย่าง ก็ออกมาชี้แจง แก้ข้อกล่าวหาให้ จนท่านเจ้าคณะลากลับไปเอาข้อผิดจับสึกพระองนั้นไม่ได้ ส่วนเจ้าอาละวาดจอมปัญหาหนีออกจากวัดกลางดึกและกลางพรรษา ไม่กล้ามาเผชิญหน้ากับความจริง ชาวบ้านดีใจที่ช่วยลูกเขาได้พ้นผิด ขอร้องให้อยู่ต่อ เราไม่ใช่พระเป็นแค่ ชีปะขาว บวชเพื่อสร้างบารมีชั่วคราวเท่านั้นแต่ก็รู้สึกเห็นใจ นี่แค่ตัวอย่างเล็กน้อย แต่พอมาคิดดูให้ดีมันไม่ได้ช่วยพระศาสนาตรงไหนได้เลย นอกจากก่อเวร จึงหันมาสร้างตัวเอง มุ่งเป้าหมายไปตามอุดมการณ์ที่คิดว่าจะช่วยได้กว้างกว่า ก็คือเปิดเว็บไซด์เพื่อจะตอบปัญหา แต่ก็ต้องใช้การดูดวงเป็นเคื่องโน้มน้าวเข้ามาก่อน ความจริงผู้ที่เข้าใจคำสอนในพระพุทธศาสนา จะรู้จักวิธีแก้เคราะห์ได้ดีกว่าไดๆทั้งสิ้น ตั้งแต่เปิดเว็บไซด์สถานีมหาปราชญ์มายอมรับว่า มีปาณิศานี่แหละที่มีการพัฒนาขึ้นมาจากสถานีมหาปราชญ์อย่างเป็นรูปธรรม มีตัวมีตนขึ้นมา แม้เพียงเท่านี้อาจารย์ก็ดีใจ เพราะผู้ที่เชื่อถือปาณิศายังมีอีกการเผยแผ่ก็จะเพิ่มโอกาสให้กว้างออกไปน้ำทีละหยด ๆทุกวันๆหนึ่งยังมีโอกาสเต็มถังได้ เช่นเดียวกันวันนี้ปาณิศาอาจจะเป็นเสมอด้วยน้ำหยดหนึ่งที่เริ่มต้น แต่ก็เป็นหยดหนึ่งแห่งความหวังว่าความงดงามถูกต้องในพระพุทธศาสนาจะเจริญงอกงามขึ้นได้ในวันข้างหน้า เราแก้ไขที่ปลายเหตุไม่ได้แล้ว เราต้องปลูกพืชตระกูลใหม่ให้เขียวชะอุ่มอุดมสมบูรณ์ เจ้าพืชอสาระต้นเดิมมันไร้ทายาทมันก็จะสูญพันธุ์ไปเอง
จาก อ.สัจพจน์ [21/6/2552 19:36:05 ]

ความคิดเห็นที่ 2
เฮ้อ ไปนั่งกินน้ำเปล่าฟังเพลงเพื่อชีวิตยังรู้สึกได้ปรัชญาชีวิตมากกว่าเสียอีก สำหรับเรื่องการตอบกระทู้ต่างๆดิฉันก็เคยคิดนิดนึงว่าเราจะยุ่งไปรึเปล่านะ แต่ก็ยังอยากยุ่ง เพราะในความคิดของดิฉัน คิดว่าเรื่องส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องทางโลกทั่วๆไป ทั้งเรี่องความรัก เรื่องการงาน การเงิน การเรียน หลายๆเหตุการณ์ดิฉันคิดว่าดิฉันจะเข้าใจความรู้สึกของผู้คนเหล่านั้นได้ดีกว่าอาจารย์เพราะเรื่องบางเรื่องอาจารย์เองไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกแบบนั้นแล้ว เพราะดินมีเพื่อนเป็นพระท่านก็มาถามดิฉันว่า ทำไมเหรอโยมทำงานมันมัปัญหาอะไรมากมายนักเหรอทำไมมีแต่คนมาบ่นให้อาตมาฟัง ใช่ค่ะพระท่านก็พูดก็สอนไปตามสิ่งที่ควรจะทำแต่ท่านก็ไม่ได้ประสบพบเจอกับตัวเองไอ้เจ้าความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจท่านไม่มีทางเข้าใจได้เลย ดิฉันเลยเหมาเอาว่าอาจารย์ก็คงประมาณเดียวกันเลยตอบกระทู้คนอื่นไปตามที่คิดว่าตัวเองเข้าใจความรู้สึกของคนที่เข้ามาถามเพราะตัวเองก็เคยระสบพบเจอมากับตัวเอง
จาก ปาณิศา [21/6/2552 20:43:42 ]

ความคิดเห็นที่ 3
ไอ้เจ้าความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจท่านไม่มีทางเข้าใจได้เลย ดิฉันเลยเหมาเอาว่าอาจารย์ก็คงประมาณเดียวกันเลยตอบกระทู้คนอื่นไปตามที่คิดว่าตัวเองเข้าใจความรู้สึกของคนที่เข้ามาถามเพราะตัวเองก็เคยประสบพบเจอมากับตัวเอง และบางทีการที่อาจารย์เข้ามาตอบปัญหาทางโลกมากๆมันก็เสียโอกาสที่จะเอาเวลานั้นทำสิ่งอื่น(เพราะรู้ว่าอาจารย์ต้องพิมพ์ช้าแน่เลย) ถึงคำพูดของดิฉันมันจะไม่สวยงามพิมพ์แบบที่ใจคิดไม่ได้มีการเรียบเรียงถูกบ้างผิดบ้างก็ได้อาจารย์มาช่วยแก้ไขความคิดให้เข้าที่เข้าทาง บางครั้งอาจารย์เองดูดวงให้ก็คงรู้อยู่แล้วว่าเค้าคงไม่เชื่ออาจารย์เพราะเค้ามีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว แต่อาจารย์ก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ดิฉันจึงอยากจะแบ่งเบาภาระตรงนี้บ้าง ดิฉันเองก็อดน้อยใจคนที่มีความรู้ทางธรรมสูงๆไม่ได้ แทนที่จะเอามาช่วยเหลือผู้คนก็กลับมาลองภูมิกันเองหรือแอบสุ่มดูรอวันที่เราจะพลาดอยู่เงียบๆเพื่อซ้ำเติมไม่ทางใดก็ทางนึง เคยคิดอยู่หลายครั้งว่าจะไม่เข้ามายุ่งแล้ว แต่มันก็ติดเป็นนิสัยไปแล้วล่ะค่ะ มือมันไปเองทูกกกที รู้ตัวอีกทีก็ตอบเค้าอีกแล้ว ฮ่าๆๆ
จาก PANISA [21/6/2552 20:44:58 ]

ความคิดเห็นที่ 4
เว็บนี้หลายครั้งทำให้รู้สึกแปลกใจ ดูเหมือนเป็นเว็บที่นำเสนอ product หลายอย่าง เป็นเว็บที่หนึ่งคนเข้ามาดูดวง สองคนเข้ามาถามปัญหา สามพวกถ้ำมอง...เอ๊ย ซุ่มดู ดิชั้นเป็นสองข้อแรก แต่ก็อดแปลกใจผู้ซุ่มดูไม่ได้ว่า ในเมื่ออาจารย์เปิดเว็บบอร์ดให้ผู้รู้ได้แสดงปัญญาความรู้กัน แต่ไฉนบางครั้งถึงกลายเป็นลองภูมิกันไปด๊ายยย แล้วจะซุ่มดูเพื่ออะไรกัน รออ่านคำติชมการแสดงภูมิปัญญาของเจ้าของเว็บอย่างนั้นหรือ วัดความแม่น วัดเรทติ้ง รอดูความว่าจะมีช่องว่างตรงไหนบ้าง หากมีความรู้มีภูมิธรรมสูงก็ควรแสดงออกมาเผยแผ่เป็นวิทยาทาน เป็นผลบุญกุศลแก่ตนเอง สร้างบารมีให้ตนเองจะดีกว่า ดีกว่าที่จะมารอดูซิว่า ดูซิว่าคำถามแบบนี้อาจารย์จะตอบว่ายังงัย จะตอบได้ไหม ช่วยกันแสดงเห็นที่ช่วยให้เกิดปัญญากันดีกว่า ผู้ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บนี้จะได้เป็นผู้เจริญในธรรม เป็นการสร้างกุศลได้อีกทางหนึ่งด้วยค่ะ ขออนุโมทนาล่วงหน้าค่ะ หากผู้ซุ่มดูจะเปิดเผยภูมิธรรม ให้เราชาวเว็บบอร์ดได้ชื่นชมกันบ้าง
จาก nangfha [21/6/2552 21:16:07 ]

ความคิดเห็นที่ 5
เมื่อวันศุกร์นั่งรถเมล์กลับบ้าน ระหว่างทางพอหลับตาปุ๊ปแล้วจิตมันนิ่งมีสติดีมาก รู้สึกแปลกๆตรงหน้าผาก(พยายามบอกตัวเองว่าคิดไปเอง) พอลืมตาขึ้นมารู้สึกตัวมันเบาๆ แบบจากที่รู้สึกเพลียๆรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที แปลกนะค่ะตอนที่ตั้งใจทำสมาธิเป็นเรื่องเป็นราวกลับไม่มีสมาธิ แต่นี่มันไม่ใช่สถานการณ์หรือสถานที่ที่จะน่ามีสมาธิได้เลย คือที่ดิฉันสงสัยคือที่เป็นแบบนี้มันเพราะอะไรเหรอค่ะในเมื่อระหว่างวันชีวิตเราก็ทำนู้นทำนี้วุ่นวายดีแท้แต่เวลาที่ตั้งใจจะมาทำสมาธิบางทีกลับคิดฟุ้งไปเรื่อยเปื่อย หรือเป็นไปได้มั้ยค่ะตนนั้นมีใครกำลังทำอะไรให้เราอยู่(อันนี้ออกแนวจินตนาการ ฮ่ะๆๆ)
จาก PANISA [21/6/2552 21:18:41 ]

ความคิดเห็นที่ 6
เราคิดว่าต้องมีใครที่ได้สวดมนต์นั่งสมาธิหลังจากนั้นแผ่เมตตาแล้วมีจิตที่คิดถึง ส่งความปรารถนาดีถึคุณปาณิศาน่ะ เพราะช่วงกลับบ้านก้อเป็นช่วงเย็นๆ เป็นช่วงสวดทำวัตรเย็นเสร็จแล้วอ่ะ พอดีจูนกับคุณปาณิศาได้พอดีเพราะจิตช่วงนั้นคุณยังว่างๆอยู่ไม่วุ่นวายเลยรับได้เต็มที่อ่ะ อาจเป็นผู้ที่ซุ่มมองคุณอยู่ในเว็บนี้ก็เป็นได้น่ะ อิอิ (ออกแนวจินตนาการเหมือนกัน 555)
จาก nangfha [22/6/2552 0:04:23 ]

ความคิดเห็นที่ 7
นั้นสิ ชีวิตเต็มไปด้วยบททดสอบ พอตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างก็มักจะมีอุปสรรคขัดขวาง ถ้าชีวิตไม่ติดภาระอะไรอยากจะหนีเข้าป่าสักสองสามเดือน เบื่อผู้คนเจงๆ
จาก ปาณิศา [22/6/2552 8:04:40 ]

ความคิดเห็นที่ 8
ปาณิศา และ นางฟ้า เป็นตัวละครที่มีชีวิตขึ้นมาบนเว็บบอร์ดนี้ ทำให้เว็บบอร์ดมีชีวิต เป็นเว็บบอร์ดที่ไม่ตาย เหมือนเป็นเรื่องราวของนิยายอิงธรรมมะ ที่น่าสนใจ ปาณิศา ก้าวเข้ามาอย่างผู้ไม่รู้ และค่อยๆพัฒนาขึ้นมาจนมีความรู้ความเข้าใจ ทำให้ผู้ติดตามมีความเข้าใจตามไปด้วย มีบรรยากาศ มีสีสัน ทำให้มีเรื่องราวชีวิตที่หลากหลาย ในความเข้าใจที่แตกต่างกัน อาจารย์ถือว่าดี ส่วนอาจารย์จะคอยมาให้บทสรุปในภายหลังเพื่อไม่ให้ผู้อ่านอื่นๆที่ยังไม่เข้าใจ ต้องมาสับสน ว่าอะไรใช่อะไรไม่ใช่ แต่สีสันของฝ่ายที่มีความเห็นผิดก็มีค่า ในโลกนี้ต้องมีของคู่กัน ขาวกับดำ กลางคืนกับกลางวัน ผิดกับถูก ส่วนผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น ก็มีทั้งผิดและถูก นี่ก็สีสันเช่นกัน ตอนนี้คุณทั้งสองเป็นตัวละครที่มีบทบาทบนเวทีละครชีวิตในเว็บบอร์ด กำลังมีคนติดตาม และมีแฟนคลับ ไปโดยที่ใครไม่ได้ตั้งใจและคิดไม่ถึงแต่สิ่งเหล่านี้อาจารย์ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและสร้างสรรค์ ถ้าคุณทั้งสองหายไป คนก็จะคิดว่าหายไปไหน เป็นผลต่อความรู้สึกนึกคิดของผู้ติดตามมาโดยตลอด แน่นอนในเว็บบอร์ดอาจมีการต่อว่าต่อขานกันบ้างนั่นเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เราไม่ควรกีดกัน เพียงแต่ควรให้อยู่ในวิถีเวทีของนักปราชญ์ ซึ่งตรงนี้อาจารย์จะเป็นผู้กลั่นกรองเอง ถ้าเห็นว่าหยาบคายไม่เหมาะสมก็จะลบออก อาจารย์ยินดี มีเธอทั้งสองมาเป็นตัวละครหลัก เธอก็ทำหน้าที่ของเธอ อาจารย์ก็ทำหน้าที่ของอาจารย์ เราอาจมีวิธีการที่ต่างกัน แต่เราก็มีจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน ทางโลก ทางธรรม อาจารย์เรียนมาคู่กัน เพียงแต่ อาจารย์รู้มาจากตำรานอกโรงเรียนและประสบการณ์ของชีวิต ส่วนปาณิศาจะรู้หลักการ รู้กฎเกณฑ์ที่ออกมาจากองค์กรณ์และสถาบัน ตัวบท กฎกติกาต่างๆที่คนภายนอกไม่รู้ ตรงนี้มีประโยชน์ต่อคนจำนวนมากที่ต้องการคนช่วยแนะเพื่อตัดสินใจที่จะดำเนินต่อไปอย่างเชื่อมั่นและมุ่งมั่น ล้วนเป็นวิทยาทานและธรรมทานทั้งนั้น ความหวังว่าทีจะได้ฟื้นฟูคำสอนของพระพุทธเจ้าอันถูกต้องให้ชาวพุทธบริษัท มีหลักที่ตรงแท้ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองเต็มที่ จนสามารถทำให้มีพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี แม้พระอรหันต์ เกิดขึ้นได้ เราก็จะถือประโยชน์นี้เป็นความสำเร็จสูงสุดในชีวิต เราอาจมีชีวิตอยู่ไม่พอที่จะได้เห็นพระอรหันต์เกิดขึ้น แต่รากฐานที่เราได้ร่วมกันสร้าง จะจารึกชื่อเราเอาไว้นานแสนนาน ที่แน่นอนที่เราจะได้เต็มที่คือการได้สร้างบารมีอันจะเป็นยานนำเราไปสู่สารประโยชน์สูงสุดของชีวิตเราเองคือพระนิพพาน แม้จะบรรลุที่หลังผู้อื่นก็ตาม เราเต็มใจที่จะไปที่หลังขอส่งผู้อื่นให้ข้ามฝั่งโอฆะให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เธอทั้งสอง เดินมาถูกทางแล้ว ก้าวต่อไปเถอะ จะได้ไม่รู้สึกไร้สาระที่เกิดมาชาติหนึ่ง
จาก อ.สัจพจน์ [22/6/2552 9:18:51 ]

ความคิดเห็นที่ 9

Dimensions: 300 x 450
Image Type: Bitmap

ลองออกแบบปกรูปเล่มให้ดูเล่นๆ คิดว่าใช่ได้ไหมครับ ใครที่เก่งๆในการรวบข้อมูลกระทู้ในเว็บบอร์ดนี้ได้ อาจารย์ยินดีเสียค่าใช้จ่าย ถ้าปาณิศามีคนรู้จักเก่งๆด้านหนังสือแนะนำให้ด้วยนะจ๊ะ เรียงลำดับความสำคัญ แก้ไขคำที่ไม่สวย อักษรที่ผิดและตก และเลือกกระทู้ที่มีคำตอบเป็นสาระประโยชน์ ทั้งข้อโต้แย้งและความคิดเห็นให้เป็นไปตามธรรมชาติตามในกระทู้นี้นี่แหละ เพียงแต่แยกหัวข้อออกม่าเป็นหัวข้อให้ชัดเจนโดยเฉพาะ เพราะบางกระทู้มีคนโพสต่อเนื่องหลายคำถามและหลายคน ขอให้ดำเนินเรื่องไปเหมือนการสนทนากันตามนี้เลย ขอบคุณล่วงหน้าครับ
จาก อ.สัจพจน์ [22/6/2552 12:31:36 ]

ความคิดเห็นที่ 10
เรื่องจิตเป็นเรื่องวิจิตรมหัศจรรย์มาก ยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ ถ้าเรามีสมาธิ หรือเกิดปัญขึ้นในยามไหน สถานการณ์อย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการเข้าถึงสภาวะธรรมนั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่จำกัดกาล หรือเรียกว่า อกาลิโก จิตเราไม่ได้อาศัยสถานที่และเวลาอย่างที่เราเข้าใจ ความเห็นเราต่างหากที่เป็นผู้แยกแยะว่าต้องอย่างนั้นอบ่างนี้เท่านั้น หริอ เวลาเช้า เวลาเย็น เท่านั้น และก็เงื่อนไขอื่นๆอีกมากมาย เราลองย้อนไปอ่านเรื่องราวการบรรลุธรรม ของพระอัครสาวกกันดดูซิ เช่น พระอานนท์ พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะเป็นต้น จะบรรลุธรรมต่างวาระต่างรูปแบบกันโดยสิ้นเชิง ไม่อยู่ในหลักสูตรไดๆหลักสูตรหนึ่งอีกด้วย พระอานนท์นั้นก่อนจะบรรลุมรรคผลเคยปฏิบัติอย่างเคร่งเครียดเอาจริงเอาจังหวังให้บรรลุอรหัตต์ผลแต่ก็ไม่บรรลุ แต่พอล้มตัวลงนอนปล่อยวาง คิดในใจว่าไม่บรรลุก็ไม่บรรลุ แต่พอศรีษะถึงหมอนกลับรรลุธรรมได้ พระสารีบตรก็เช่นกัน ตอนฟังพระพุทธเจ้าแสดงธรรมจากพระโอษฐ์ก็ไม่บรรลธรรม มาบรรลุเอาเมื่อตอนมานั่งถวายงานพัดอยู่ข้างๆขณะที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมแก่ผู้อื่น จิต หรือ สติ ภายในกำลังทำงานอยู่แต่เราไม่รู้ แต่พอได้จังหวะ สติและปัญญาก็เกิดแสงสว่างสู่วิถีแห่งพุทธจิตขึ้น สมาธิที่เราเคยเพียรมาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง มันถึงจุดแห่งความเพียร ศิล สมาธิ และปัญญา ก็เกิด แม้ในกรณีคุณปาณศาก็เช่นกัน นี่แหละความมหัศจรรย์แห่งจิต สิ่งไดที่ได้เพียร วิริยะไปแล้วไม่มีสูญเปล่าหรอก แต่กาลไหนจะได้ผลรับเราไม่สามารถจะรู้ล่วงหน้าได้ ธรรมมะจึงชื่อว่าอกาลิโก ดังนี้แหละ
จาก อ.สัจพจน์ [22/6/2552 14:11:47 ]

ความคิดเห็นที่ 11
ทำไมวันนี้เงียบบบบบบบบบบบบบบบบบจางเลย
จาก ปาณิศา [22/6/2552 15:45:06 ]

ความคิดเห็นที่ 12
แหมอาจารย์ก็ เนื้อหายังไม่เสร็จ แอบทำหน้าปก ตั้งราคารอซะล่ะ
จาก ปาณิศา [22/6/2552 15:46:03 ]

ความคิดเห็นที่ 13
ราคายังไม่ได้ตั้งจ่ะ ทดลองปกให้พิจารณาดูว่าถ้าวางบนแผงจะน่าสนใจไหมปกแบบเนี้ยะเท่านั้นแหละ หาคนติด้วยครับ
จาก อ.สัจพจน์ [22/6/2552 16:37:03 ]

ความคิดเห็นที่ 14
อิอิ ก็ล้อเล่นนะค่ะ ส่วนตัวแล้วเฉยๆ เพราะจะเปิดอ่านทุกเล่มอยู่แล้ว ถ้าเนื้อหาดีก็ซื้อ คนอื่นไม่ทราบว่าว่าอย่างไรบ้างค่ะ
จาก ปาณิศา [22/6/2552 16:52:45 ]

ความคิดเห็นที่ 15
ช่วงบนสวยดีคร้า และภาพตรงศีลสมาธิปัญญาดูดีค่ะ แต่ ช่วงกลางๆภาพประกอบให้อารมณ์สวนทางกับช่วงบนและช่วงล่างอ่ะค่ะ เหมือนธรรมชาติกับความสงบแต่แฝงความน่ากลัวลึกๆอ่ะค่ะ สงสัยเป็นเพราะสีดำมั้งคะ
จาก nangfha [22/6/2552 17:03:32 ]

ความคิดเห็นที่ 16
ปกสวยค่ะ น่าเอาไส่กรอบขาย เอ้ย บูชาค่ะ เมื่อไหร่จะออก กลัว เสียดายก่อนตายไม่ได้อ่านอ่ะคะ คุณปาณิศา ช่วยอาจารย์หน่อยนะคะ
จาก ปรางทิพย์ [22/6/2552 17:03:38 ]

ความคิดเห็นที่ 17
น้ำสีดำ คือ อวิชา ความเร้นลับข้นดำ คือความมืดบอด และเป็นวังวนของชีวิต การประสุติ การบำเพ็ญเพียร และการบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้า คือการข้ามพ้นอวิชา โอฆะ วัฏฏะสงสาร แถวล่าง ศิล คือการประคองน้ำขุ่นเพื่อรอให้ใสสอาด ภาพที่สอง น้ำใสด้วยสมาธิแต่มีกรวดและหินตะกอนนอนเนื่องอยู่ถ้าโดนเขย่าก็ขุ่นได้อีก ภาพที่สาม คือนำใสบนใบบัวไม่ขุ่นไม่สกปรก แม้จะเขย่าแรงแค่ไหนน้ำก็ไม่ติดแม้ใบบัวที่รองนั้น ประมาณนี้ครับ แต่ก็สามารถติได้อีกนะครับ การแสดงหลายๆมุมมอง หลายๆความคิดเห็น เราจะพบว่าความหลากหลายเหล่านี้ให้อะไรใหม่ๆที่เราอาจคิดไปไม่ถึง
จาก อ.สัจพจน์ [22/6/2552 17:15:29 ]

ความคิดเห็นที่ 18
http://www.printingpeople.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=83946&Ntype=4
ลองไปหาดูเล่นๆก็ได้เจอหัวข้อนี้ขึ้นมาซึ่งน่าสนใจมาก และจริงมากๆในเรื่องของจุดคุ้มทุน บางทีเราชอบลืมจุดนี้ไปคิดแต่ว่าเรามีกำลังเท่านี้สามารถทำได้เท่านี้แต่ลืมดูตรงจุดคุ้มทุนไปว่าทำเท่าไหร่ถึงจะเท่าทุนและที่เท่าไหร่ถึงจะเริ่มเป็นกำไร แค่แง่ของเนื้อหาสาระของหนังสือดิฉันไม่กลัวหรอกค่ะการจะหาคนมาเรียบเรียงมันก็ง่ายๆ เพราะเนื้อหาหรือสิ่งที่อาจารย์ตอบมันแทบไม่ต้องแก้ไขอะไรอยู่แล้ว หาทีมงานมาประชุมสุ่มหัวว่าต้องการโครงสร้างเนื้อหาเป็นยังไงแบ่งกี่บทๆตรงนี้เรามีข้อมูลกระทู้ต่างๆเยอะอยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะมาทำตรงนั้นได้มันต้องมาดูตลาดก่อนนะสิค่ะว่าช่วงนี้ผู้คนสนใจในเรื่องไหน เราจะเน้นขายใคร คนช่วงนี้บ้ากลัวแต่กรรม ถ้าเราจะออกหนังสือหนักๆแบบของท่านพุทธทาสภิขุก ไปเดินดูดิค่ะลดแล้วลดอีก 20%ก็แล้ว 30%ก็แล้ว หาคนซื้อยาก เรามีอุดมการณ์แต่บางครั้งต้องยอมรับความเจ็บปวดในความจริงที่ว่าอุดมการณ์กินไม่ได้ สังคมมันโหดร้าย ฮือๆๆ
จาก ปาณิศา [22/6/2552 18:04:27 ]

ความคิดเห็นที่ 19
โห... อาจารย์ความหมายลึกซึ้งมากขอบพระคุณค่ะที่ช่วยอธิบาย เข้าใจไรๆมากยิ่งขึ้นคร้า

การพาดหัวว่า อ่านเสีย ก่อนดวงตก เป็นหัวข้อที่น่าสนใจค่ะ เพราะถ้าใครคิดว่ากำลังดวงตก เซงเป็ด โดยเฉพาะผู้หญิงดิชั้นคิดว่าหัวข้อนี้เตะตาต้องหยิบอ่านแน่ค่ะ สามารถดึงความสนใจได้ค่ะ เพราะโดยทั่วไปผู้หญิงชอบอ่านเรื่องดวงอยู่แล้ว กลุ่มนี้แหละขายง่ายสุด เพราะแม้ว่าภาพจะสื่อไปในทางธรรมมะ แต่หัวข้อยังอิงหมวดโหราศาสตร์อยู่ อีกอย่างเนื้อหาในกระทู้ที่นำมาเรียบเรียงก็คิดว่าไม่น่าตกเทรนเรื่องกรรม โดยเฉพาะผู้หญิงมักถามเรื่องกรรมทำแท้งค่ะ แรงอยู่นะคะเรื่องนี้ น่าจะขายได้นะคะ อีกอย่างคิดว่าอาจารย์น่าจะขายคนที่พอขัดเกลาได้บ้าง ไม่ใช่บ้าเรื่องกรรมเสียจนหน้ามืดตามัวอยู่แต่กับอดีตพวกนี้คงไปซื้อหนังสืออาจารย์เอ๋แทน เพียงแต่มีธรรมมะสอดแทรกคลายความสงสัย ความทุกข์ เป็นหย่อมๆ เพื่อไม่ให้เนื้อหาดูหนักเกินไป

คิดว่าเราต้องเลือกเรื่องที่พอจะเป็นจุดขายได้ก่อนเด่นๆเลย เรื่องอื่นๆก็มาแทรกสลับกันไป เพราะโดยส่วนตัวเวลาเลือกหนังสือ จะดูหน้าปกก่อน เนื้อหาที่เขียนปกหลัง สารบัญดูว่าเรื่องไหนน่าสน มีซักสองสามหัวข้อก็ซื้อแล้วค่ะ สนนราคาไม่ควรเกิน 250 210 225 189 เล่นราคา prestige price ลงท้ายด้วย 5 ด้วย 0 หรือจะลงด้วย 9 กับ 3 ก็ได้ค่ะ ตามหลักจิตวิทยา ก็ขายได้แล้วค่ะ

คิดว่าโอเชเลยค่ะ
จาก nangfha [22/6/2552 21:54:49 ]

ความคิดเห็นที่ 20
อ้อ อาจารย์คะ หนู request กระดาษถนอมสายตาด้วยนะคะ เหลืองนวลๆอ่ะ กระดาษฟอกสีขาวอ่านแล้วแสบตาอ่ะค่ะ

จาก nangfha [22/6/2552 22:12:09 ]

ความคิดเห็นที่ 21
เจ๊ สวยเลือกได้นะ แหมมมมมมเอาเชียว
จาก ปาณิศา [22/6/2552 22:23:16 ]

ความคิดเห็นที่ 22
แหม แหม คุณปาณิศาก้อไหนๆหนังสือกำลังจะพิมพ์แล้ว แล้วเรามีสิทธิ์เสนอไอเดียอ่ะ เกิดอาจารย์สนใจไอเดียขึ้นมา product ที่ออกมาเราก็ภูมิใจไปด้วยอ่ะ สงสัยพอหนังสือวางขายนะ ชื่อปาณิศา เนี่ยดังระเบิดแน่เลยยย เกิดค่ะเกิด ไม่ต้องกิน blink ให้สวยเหมือนดาราก้อดังด๊ายย คริ คริ สงสัยต้องมีลายเซ็นคุณปาณิศาบนปกบ้างแล้วอ่า
จาก nangfha [22/6/2552 22:37:49 ]

ความคิดเห็นที่ 23
กำ ไม่น่าเลยเรา เจอคนกระดูกแข็งกว่า แหมแซวแครึ่งบรรทัดเองนะเอาคืนซะสามเลยเหรอ
จาก ปาณิศา [22/6/2552 22:49:53 ]

ความคิดเห็นที่ 24
แน่นอนครับ ถ้ามีรูปเล็กๆของตัวละครหลักๆลงไว้ด้วยจะขนาดไหน ทั้งแฟนคลับ ทั้งแฟนประจำ มีหวังแย่งกันซื้อ ร้านกระจายแน่ เธอสองคนต้องช่วยเติมเต็มหนังสือเล่มนี้ คิดไว้อยู่แล้วครับ ไม่ต้องกลัวนะถึงฟันเหยินก็ไม่ต้องอายนะจ่ะ รูปในทองคำบริสุทธิ์ แฮ่ๆ..กี๊บๆ
จาก อ.สัจพจน์ [23/6/2552 8:46:35 ]
  ร่วมลงความเห็น > เพิ่มกระทู้ใหม่ > หน้ารวมกระทู้
รายละเอียด :
ผู้โพส :
อีเมล์ :
รูปภาพ :
ไฟล์ gif หรือ jpg ขนาดไม่เกิน 100 KB เท่านั้น
รหัสป้องกัน Security images