Homeองค์กรมหาปราชญ์ตอบปัญหาชีวิตWebboardติดต่อเราLinkศูนย์ธัญญลักษณ์ เนอสซิ่งโฮม ( คุณปู )
เพลงสวด-บทสวดมนต์
องค์กรมหาปราชญ์
วิชามหาปราชญ์
เรื่องของกรรม

โหราศาสตร์ พิชัยสงคราม วิเคราะห์ ชื่อ-นามสกุล
โหราศาสตร์พม่า โหงวเฮ้ง รายมือ
บริการจัดส่งพนักงานแม่บ้าน พี่เลี้ยงเด็กแรกเกิด - 7 ขวบ  เฝ้าไข้ - ดูแลผู้สูงอายุ
บริการจัดส่ง พนักงาน แม่บ้าน แม่ครัว พี่เลี้ยงเด็ก คนเฝ้าไข้ ดูแลผู้สูงอายุ
การเผยแพร่ความรู้ทางจริยธรรม
เว็บบอร์ด > บทสวดบามี 10 ทัศ


ห้วข้อกระทู้
บทสวดบามี 10 ทัศ
รายละเอียด
คำสวดบารมี ๑๐ ทัศ

๑. ทานะปาระมี สัมปันโน ทานะอุปะปาระมี สัมปันโน ทานะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา

อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

๒. สีละปาระมี สัมปันโน สีละอุปะปาระมี สัมปันโน สีละปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา

อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

๓. เนกขัมมะปาระมี สัมปันโน เนกขัมมะอุปะปาระมี สัมปันโน เนกขัมมะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

๔. ปัญญาปาระมี สัมปันโน ปัญญาอุปะปาระมี สัมปันโน ปัญญาปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

๕. วิริยะปาระมี สัมปันโน วิริยะอุปะปาระมี สัมปันโน วิริยะ ปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา

อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

๖. ขันตีปาระมี สัมปันโน ขันตีอุปะปาระมี สัมปันโน ขันตี ปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา

อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

๗. สัจจะปาระมี สัมปันโน สัจจะอุปะปาระมี สัมปันโน สัจจะ ปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

๘. อธิษฐานะปาระมี สัมปันโน อธิษฐานะอุปะปาระมี สัมปันโน อธิษฐานะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

๙. เมตตาปาระมี สัมปันโน เมตตาอุปะปาระมี สัมปันโน เมตตาปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

๑๐. อุเปกขาปาระมี สัมปันโน อุเปกขาอุปะปาระมี สัมปันโน อุเปกขาปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา

ทะสะปาระมี สัมปันโน ทะสะอุปะปาระมี สัมปันโน ทะสะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ นะมามิหัง


ผู้โพส : อ.สัจพจน์ สีหเมธีร์
วันที่ : Thursday, January 06, 2552 เวลา : 11:43:52 PM


ความคิดเห็นที่ 1
หากระทู้เดิมไม่เจอโพสให้ตรงนี้ก็แล้วกันนะครับ แนะนำว่าถ้ากระทู้เลยมามากแล้วไม่ต้องเข้าไปถามในกระทู้เดิมอีกเพราะไม่ค่อยได้ย้อนเข้าไปตรวจดูเท่าไหร่ บางทีเข้าไปเห็นพอจะเข้าไปไหม่อีกทีจำไม่ได้เสียแล้วเลยเข้าไม่ถูก แก่แล้วหลงๆลืมๆอย่างนี้แหละครับ
จาก อ.สัจพจน์ [1/6/2552 23:48:29 ]

ความคิดเห็นที่ 2
ง่า อาจารย์ยังไม่แก่ยังแขงแรงอยู่เลยนะครับ ขอบคุณครับอาจารย์
จาก TonG [2/6/2552 10:29:35 ]

ความคิดเห็นที่ 3
ดีนะที่ แขงแรง ถ้าแข้งแรง นี่ลูกศิษย์ต้องตามหลบกันเป็นแถบๆ ว่าแต่เห็นที่อาจรย์โพสต์ไว้ ว่าบนเหรียญของอาจารย์ ด้านหลัง เป็น บารมี 30 ทัศ นี่ค่ะ มีแบ่งเป็น 10 20 30 ด้วยเหรอค่ะ แล้วอาจารย์ช่วยวิเคราะห์ให้ดิฉันหน่อยได้มั้ยค่ะ หมู่นี้ไม่รู้เป็นอะไร รู้สึกปากไว พูดอะไรก็กวนๆ คือไม่อยากเป็นแบบนี้นะค่ะ แต่เหมือนอยู่ดีๆมันก็เป็นขึ้นมา หรือว่าช่วงนี้ไม่ค่อยสวดมนต์ ไม่ฝึกสมาธิ รึเปล่าก็ไม่รู้ แล้วอีกคำถามนึงคือ ช่วงนี้ก็รู้สึกหัวสมองมันว่างๆไม่รู้ว่าจะศึกษาอะไรเพิ่มเติมในทางธรรมดี อาจารย์ช่วยแนะนำหน่อยได้มั้ยค่ะ ทั้งหมด 3 คำถามนะค่ะ
จาก ปาณิศา [2/6/2552 15:06:25 ]

ความคิดเห็นที่ 4
หรือท่านอื่นๆ ช่วยแนะนำก็ได้นะค่ะ คุณ สุภาวดี คุณ นมัสการ์ คุณนางฟ้า ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
จาก ปาณิศา แย่แว้ว [2/6/2552 15:10:18 ]

ความคิดเห็นที่ 5
เคยสวดมนต์สม่ำเสมอ แล้วพอหยุดสวด ก็โมโหง่าย ๆ เหมือนเดิม มานั่งคิดดู หรือเพราะหยุดสวด คิดไปคิดมา จะว่าเพราะหยุดสวด ก็เหมือนกับเรายึดติดกับการสวดหรือป่าวหนอ ก็เลยลองแก้โดยการสวดมนต์ตลอดเวลา ทั้งวัน ทั้งคืน(จนกว่าหลับ) แบบ นัน สต๊อบ ใช้บทสั้น ๆ เช่น อิติปิโส ตอนนี้ ดีขึ้นมาก ควบคุมอารมณ์ และ ทัน ความคิดตัวเองได้เร็วขึ้น ก่อนที่จะโพล่ง อะไร อะไร ออกไป ยังสวดอยู่ตลอดเวลาที่สติไม่ได้จดจ่ออยู่กับงานหรือเรื่องอื่น เราทำร้ายผู้อื่นด้วยคำพูดมามากเกินไป การทำร้ายผู้อื่นด้วยคำพูดเรา เนี่ย กรรม มัน ตามเราไม่หยุด คงเป็นเพราะคนฟังเรา เขาก็เจ็บปวดกับคำพูดเรา ยิ่งเขาไม่ลืม กรรมตรงนี้ ก็ยิ่งไม่จบ แม้เราลืมไปแล้วแต่ เจ้ากรรมนายเวร ไม่จบเพราะเขาเจ็บช้ำน้ำใจไม่หาย คุณลองสังเกตุดู คำพูดเพียงคำเดียว บางคนฟังแล้วทั้งน้อยใจทั้งเจ็บใจไม่ลืม เลย พวกเรามักปลอบแต่คนฟังว่าอย่าเอามาเป็นอารมณ์ จริงๆ แล้ว คนพูดนั่นแหละที่กรรมติดตัวโดยไม่รู้ เพราะคนฟังเขายังเก็บความเจ็บช้ำไว้ไม่อโหสิกรรมให้กับคนพูดงัยล่ะ เราคนพูดเป็นงัย จ๋อยเลย เจอกรรมติดตัว ฮ่าฮ่า ฮ่า เราทำความเข้าใจแบบนี้ ก็เลยลดลงแล้ว เพราะไม่อยากสร้างกรรม อุตส่าห์ไปปฎิบัติทำบุญเพื่อลดกรรม น่ะ ก็ต้องทำทุกวิถีทาง ไม่ให้สร้างกรรมเพิ่มค่ะ ถือว่า แบ่งปัน ความคิดนะค๊ะ
จาก สุภาวดี [2/6/2552 16:46:12 ]

ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เป็นเหมือนกันคือตอนนี้ กลับมาโมโหง่าย เหมือนเดิมแล้ว พอดีมีเรื่องงานมากระทบ ก็เรื่องคนนั้นแหละค่ะ ยิ่งทำให้สติแตก พอได้พูดได้ด่าคนปั๊ป มันก็คล้ายๆติดใจ (รึเปล่าไม่รู้) จริงอย่างที่คุณสุภาวดีพูดทุกอย่างเลยค่ะ ขอบคุณที่แนะนำอีกครั้งนะค่ะ
จาก ปาณิศา [2/6/2552 16:53:43 ]

ความคิดเห็นที่ 7
10 20 30 ทัศ บทสวดจะเหมือนกันไหมครับ ท่อง 10ทัศ 2รอบ ก้อคือ 20 ทัศแบบนี้ใช่ไหมครับ
จาก TonG [2/6/2552 17:20:28 ]

ความคิดเห็นที่ 8
อย่างนี้เค้าเรียกขี้วีนนะคะเนี่ย คุณปาณิศา เจริญเมตตามากๆค่ะ อย่างที่คุณสุภาวดีกล่าวไว้ คำพูดเราอาจสร้างกรรมทำร้ายคนอื่นได้ โดยไม่ได้ตั้งใจ คนชอบหาเรื่อง พูดไม่รู้เรื่อง งี่เง่า มีได้ทุกที่ ถ้าเรารู้ตัวว่าเริ่มโกรธก็รีบขอตัวเดินออกมาจากสถานการณ์นั้นก่อน ดีนะคะที่คุณปาณิศาเป็นหญิง เป็นชายมีหวังคู่กรณีโดนเสยเอาง่ายๆ คนพูดไม่รู้เรื่องนี่ต้องพูดแบบให้เอาไปคิดเอง พูดเตือนเนียนๆอย่ากระโตกกระตากเด๋วจะโกรธเราแล้วแอบแช่งเราในใจอีกอย่างนี้ไม่ดีแน่ คนเราโกรธกันได้ แต่อย่าเก็บไว้นานนักเด๋วอกจะแตกตาย พรุ่งนี้ก็เริ่มใหม่ทำเนียนๆเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้นให้คู่กรณีงง เล่นๆ

หรือว่าคุณปาณิศาจะลองพูดให้ช้าลงแต่หนักแน่นขึ้น อาจจะควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นก็ได้ เจริญ เมตตา คุณณัง อะระหังเมตตา เข้าไว้เวลาโกรธ หายใจลึกๆสูดออกซิเจนเข้าปอด เด๋วตัวรู้ว่าโกรธจะมาเอง ตัวเองจะได้รู้ตัวว่าชั้นเริ่มโกรธแล้วนะ เมื่อตัวรู้มาเราก็จะเริ่มดีขึ้น อาการโกรธจะบรรเทาลง

ลองคิดดูนะคะว่า ถ้ามนุษย์เกิดมาจาก อีฟ กับ อดัมส์ จริง คนทั้งโลกย่อมเป็นพี่น้องกัน ร่วมเผ่าพันธ์กัน เราก็ควรรักกันเข้าไว้ เพราะทุกคนย่อมมีความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับเรา โกรธเป็น หิวเป็น รักเป็น ทุกข์เป็นและสุขเป็นเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าเค้าโกรธ เราก็โกรธ ไม่ลดราวาศอกกันเป็นชนวนของการผูกใจเจ็บห้ำหั่นกัน ก่อกรรมต่อกัน ทั้งมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ทุกคนที่เกิดมามีกิเลสครอบงำด้วยกันทั้งนั้น ใครมีสติดีกว่ารู้ตัวก่อนก็สามารถลด ละ เลิก ได้ก่อน แล้วควรมีเมตตาต่อผู้ที่ไร้สติด้วย เพราะคนไร้สติคนนั้นที่เรากำลังเถียงด้วยอาจเป็นบรรพบุรุษของเรารุ่นไหนก็ไม่รู้ พ่อ แม่ พี่ น้อง แม้ต่างเชื้อชาติแต่ก็มี สปีชีย์ เดียวกัน
จาก nangfha [2/6/2552 17:59:04 ]

ความคิดเห็นที่ 9
คำ แ ป ล คำ ไ ห ว้ บ า ร มี ๓๐ ทั ศ น์

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือทาน
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งทานบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือทานอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่ง บารมีคือศีล
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งศีลบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือศีลอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือเนกขัมมะ
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งเนกขัมมะบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือเนกขัมมะอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือปัญญา
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งปัญญาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือปัญญาอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือวิริยะ
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งวิริยะบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือวิริยะอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือขันติ
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งขันติบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือขันติอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือสัจจะ
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งสัจจะบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือสัจจะอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคืออธิษฐาน
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งอธิษฐานบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคืออธิษฐานอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือเมตตา
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือเมตตาอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคืออุเบกขา
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งอุเบกขาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคืออุเบกขาอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือทสบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งทสบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือทสบารมีอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี
ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

ข้าพเจ้า ขอนอบน้อม พระพุทธเจ้า ว่าเป็นที่พึ่ง ที่ระลึก
ข้าพเจ้าขอนอบน้อม
จาก อ.สัจพจน์ [2/6/2552 18:14:43 ]

ความคิดเห็นที่ 10
บารมี 30 ทัศ
***ทานะปาระมี สีละปาระมี เนกขัมมะปาระมี ปัญญาปาระมี วิริยะปาระมี ขันติปาระมี สัจจะปาระมี อธิษฐานะปาระมี เมตตาปาระมี อุเบกขาปาระมี***
***ทานะอุปปะปาระมี สีละอุปปะปาระมี เนกขัมมะอุปปะปาระมี ปัญญาอุปปะปาระมี วิริยะอุปปะปาระมี ขันติอุปปะปาระมี สัจจะอุปปะปาระมี อธิษฐานะอุปปะปาระมี เมตตาอุปปะปาระมี อุเบกขาอุปปะปาระมี***
***ทานะปะระมัตถะปาระมี สีละปะระมัตถะปาระมี เนกขัมมะปะระมัตถะปาระมี ปัญญาปะระมัตถะปาระมี วิริยะปะระมัตถะปาระมี ขันติปะระมัตถะปาระมี สัจจะปะระมัตถะปาระมี อธิษฐานะปะระมัตถะปาระมี เมตตาปะระมัตถะปาระมี อุเบกขาปะระมัตถะปาระมี***

บารมีนั้นมีแค่ 10 ประการเท่านั้นแหละ แต่คำว่า 30 ทัศ คือ แยกออกเป็น อยากหยาบ อย่างกลาง และอย่างละเอียด เช่น การให้ทาน อย่างหยาบคือ
1.ให้สิ่งของนอกกายเช่นพระเวสสันดร ให้ทรัพย์สิน นอกกาย เช่น ช้าง ลูก เป็นทานป็นต้น
เรียกว่า ทานะปาระมี บารมีคือทาน
2. อย่ากลางคือทำยากขึ้นสูงขึ้น เช่นให้ชีวิตเป็นทานเป็นอาหารแก่เสือผู้หิวโหยก่อนที่จะกินลูกของตัวเอง บริจาคเลือดเนื้อ แม้ ดวงตา ดวงใจ ของตนเอง
เรียกว่า ทานะ อุปะปารมี ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งทานบารมี
3. การให้ทานคือธรรมทาน ทานคือการให้ความรู้แจ้งเห็นจริงในอริยสัจ สิ้นทุกข์
เรียกว่าทานะ ปะระมัตถะปารมี ทานอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง
จริงๆแล้วเขาเรียกว่าสวดบารมี 30 ทัศ จึงถูกต้อง
จาก อ.สัจพจน์ [2/6/2552 19:08:38 ]

ความคิดเห็นที่ 11

Dimensions: 300 x 300
Image Type: Bitmap

ที่อยู่หลังเหรียญเป็นวงกลมรอบเหรียญ ของอาจารย์ก็บารมี 30 ทัศนี่เหมือนกัน แต่เป็นตัวย่อ ภาษาขอมบาลีไทย
อิ ติ ปา ระ มิ ตา ติง สา
อิ ติ สัพ พัญ ญู มา คะ ตา
อิ ติ โพ ธิ มะ นุ ปัต โต
อิ ติ ปิโส จะเต นะโม
เรียกอีกอย่างว่าหัวใจบารมี 30 ทัศ นักเรียนสายพระเวทย์จะต้องท่องให้ได้เป็นคาถาบังคับทีเดียว จะช่วยรักษาอาคมให้ขลังอยู่เสมอ
กลางเหรียญ คือ หัวใจพระเจ้าห้าพระองค์ คือ นะ โม พุท ธา ยะ
มีหัวใจพระฤาษี ฤ
ตาที่สาม
อุณาโลม ๙
อะ อุ มะ มากจากคำว่าโอม
พุ ธะ อะ ระหัง หัวใจพระพุทธเจ้า
และ อิ ธะ คะ มะ หัวใจนะเมตตามหานิยม
จาก อ.สัจพจน์ [2/6/2552 19:11:25 ]

ความคิดเห็นที่ 12
ขอบคุณ คุณนางฟ้า เทศน์ซะยาวเลย น้อมรับจะนำไปปฎิบัติตามค่ะ เดี๋ยวพูดแล้วเตือนแล้วไม่เอาไปปฎิบัติ วันหลังเพื่อนๆจะไม่อยากบอกอยากสอน ขอบคุณจริงๆค่ะ

อาจารย์ค่ะ จะขออนุญาตนำรูปนี้ไปใช้ในการบอกบุญแทนรูปเก่าได้มั้ยค่ะ เพราะสมบูรณ์สวยงามกว่า
จาก ปาณิศา [3/6/2552 8:24:10 ]

ความคิดเห็นที่ 13
ได้ครับ อนุโมทนาเลยครับ
จาก อ.สัจพจน์ [3/6/2552 9:13:57 ]

ความคิดเห็นที่ 14
อาจารย์ครับ เหรียญอาจารย์ทำเองหรอครับ มีให้บูชาไหมครับ
จาก TonG [4/6/2552 14:08:27 ]

ความคิดเห็นที่ 15
ทำเองครับ แต่ไม่เผยแพร่ตอนนี้รอไว้ตั้งชมรม มนตราพุทธาลัย ก็คือชมรมนักสวดมนตราบำบัด โรคา และเพื่อความอยู่รอดแห่งมนุษยชาติ ตั้งใจจะมอบให้แก่ผู้มีจิตใจศรัทธาเป็นพุทธสาวกอย่างแท้จริง ถ้าสนใจก็ติดตามข่าวต่อไปนะครับ คุณทองอาจต้องมาช่วยอาจารย์ในงานด้านศาสนานี้ก็ได้ รับยากหน่อยแต่ถ้าได้ถือเป็นสิ่งล้ำค่า ออกแบบเองทุกอย่าง เร็วๆนี้ครับ
จาก อ.สัจพจน์ [4/6/2552 15:10:02 ]

ความคิดเห็นที่ 16
ได้เลยครับอาจารย์ ผมยินดีช่วยเตมที่เลยครับ ผมโต้งนะคร้าบ..บ..บ..บ.บบ อาจารย์
จาก TonG [4/6/2552 16:38:04 ]
  ร่วมลงความเห็น > เพิ่มกระทู้ใหม่ > หน้ารวมกระทู้
รายละเอียด :
ผู้โพส :
อีเมล์ :
รูปภาพ :
ไฟล์ gif หรือ jpg ขนาดไม่เกิน 100 KB เท่านั้น
รหัสป้องกัน Security images