Homeองค์กรมหาปราชญ์ตอบปัญหาชีวิตWebboardติดต่อเราLink
เพลงสวด-บทสวดมนต์
องค์กรมหาปราชญ์
วิชามหาปราชญ์
เรื่องของกรรม

โหราศาสตร์ พิชัยสงคราม วิเคราะห์ ชื่อ-นามสกุล
โหราศาสตร์พม่า โหงวเฮ้ง รายมือ
บริการจัดส่งพนักงานแม่บ้าน พี่เลี้ยงเด็กแรกเกิด - 7 ขวบ  เฝ้าไข้ - ดูแลผู้สูงอายุ
บริการจัดส่ง พนักงาน แม่บ้าน แม่ครัว พี่เลี้ยงเด็ก คนเฝ้าไข้ ดูแลผู้สูงอายุ
การเผยแพร่ความรู้ทางจริยธรรม
เว็บบอร์ด > รบกวนถามเรื่องการไหว้พระภูมิ เจ้าที่เจ้าทาง


ห้วข้อกระทู้
รบกวนถามเรื่องการไหว้พระภูมิ เจ้าที่เจ้าทาง
รายละเอียด
อาจารย์ค่ะ การไหว้พระพรหมเอย พระภูมิเอย เจ้าที่เจ้าทางเอย ต้องจุดธูปกี่ดอกกันแน่ค่ะ แล้วจำนวนดอกหมายถึงอะไรเหรอค่ะอย่าง 5ดอก 7ดอก 9ดอก เพราะที่ทราบก็ทราบแค่3ดอก หมายถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วการที่ดิฉันมีความคิดว่าต่อไปนี้จะไม่ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง พระภูมิ พระพรหม จะไหว้แต่พระพุทธรูปเท่านั้นจะเป็นความคิดผิดหรือไม่ค่ะ แล้วถ้าไม่ไหว้แต่ใช้การอธิฐานจิตแทนได้มั้ยค่ะ

ผู้โพส : ปาณิศา
วันที่ : Monday, May 22, 2552 เวลา : 9:07:19 AM


ความคิดเห็นที่ 1
ตั้งแต่จำความได้ ผู้ใหญ่ก็จะพูดกันว่า ให้จุดธูปเรียก ประมาณเนี้ยค่ะ ถ้าไม่จุดธูปเดี๋ยวเค้ามาไม่ได้ ดิฉันเข้าใจว่าจริงๆแล้วแค่อฐิธานจิตเรียกก็น่าจไะด้เพียงแต่ใช้ธูปเป็นสื่อกลางที่ทำให้เห็นเป็นนามธรรมเท่านั้น ดิฉันคิดว่าคนเราชอบสร้างอะไรขึ้นมาเยอะแยะทำอะไรก็ต้องให้มันมี ให้มันจับต้องได้ พอนานๆไปคนรุ่นหลังๆก็เลยจำแต่วิธีทำลืมถึงเรื่องจุดประสงค์ที่แท้จริงไป ไม่ทราบว่าใช่แบบที่ดิฉันคิดแบบนี้รึเปล่า รบกวนอาจารย์อีกแล้วค่ะ
จาก ปาณิศา [22/5/2552 9:56:59 ]

ความคิดเห็นที่ 2
ถูกต้องแล้วครับ ทุกอย่างสำเร็จที่จิตใจ จุดธูป กลิ่นและควันมันก็ให้แค่ความรู้สึกให้ดูขลังๆดี ใด้ความมั่นใจในผู้ที่มีความเชื่อ จุดธูป 3 ดอก บูชาพระรัตนไตร 5 ดอก บูชาพระเจ้าห้าพระองค์ 7 ดอกไหว้ครูฤาษีไหว้ครูเทพ 9 ดอกไหว้พระพุทธคุณเก้าประการ หรือเพื่อให้เกิดความก้าวหน้า ก้าวหลัง 16 ดอกไหว้พระพรหม16 ชั้น 108 ดอกไหว้ตามกำลังนพเคราะห์ไหว้ครอบจักรวาล ยังมีอีกเยอะครับแต่ละวัฒนธรรมความเชื่อ ถ้าห่างไกลกันมากย่อมคิดพิธีกรรมที่แตกต่างกันออกไป เป็นเปลือกนอกทั้งนั้นแหละครับ แต่พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ห้ามหรอกถ้าจะรักษาประเพณีทางวัฒนธรรม เพียงแต่อย่าติดรูปแบบจนมองข้ามสาระประโยชน์ที่แท้จริงก็แล้วกัน ไม่ใช่ไปเข้าใจว่านั่นคือที่พึ่งอันประเสริฐของชีวิต ที่คุณปาณิศาคิดก็ไม่ผิดแต่อาจตึงเกินไปก็ได้ อย่างเช่น เจ้าที่ หรือศาลพระภูมิถ้าที่บ้านไม่ได้จัดตั้งมีพิธีเชิญไว้ไหว้ ก็ไม่เป็นไร ไหว้ที่ห้องพระจุดเดียวเลยจบ แต่ถ้ามีศาลอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีการดูแล บูชาเอาใจใส่ก็อาจเกิดโทษได้เหมือนกัน เหตุผลคือยามไดที่เรายังไหว้บูชาอยู่ ยังกล่าวอ้างถึงเจ้าของสิทธิ์ในสถานที่คือพระภูมิหรือเจ้าที่ก็ดี ก็ให้ความเป็นปกติสุขดีอยู่หรอก แต่ถ้ายามไดขี้เกียจปล่อยทิ้งร้างแบบไม่สนใจ นานๆเข้าโอปปาติกะที่ไม่ได้รับเชิญก็จะเร่ร่อนสัญจรมาอยู่อาศัยแบบไม่รับเชิญ แล้วแอบอ่างว่าเรานีแหละเจ้าที่หรือพระภูมิ สร้างความยุ่งยากเดือดร้อนขึ้นภายในครอบครัวจนได้ในที่สุด ดังที่อาจารย์เคยได้พบเห็นมามีอยู่ครอบครัวหนึ่งถึงกับบ้านแตกสาแหรกขาด เป็นหนี้เป็นสินแทบฆ่าตัวตาย ครั้นบอกให้ก็ไม่ย่อมเชื่อถือ ดันไปตั้งศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ไว้บนดาดฟ้า อ้างว่าไม่มีที่ พระภูมิเขามีวิมานอยู่บนดิน เขตแดนวาสนาเขามี่เท่านั้น ในอากาศเป็นบุญเขตของอากาศเทวดา พระภูมิผู้ถูกเชิญก็ขึ้นไปอยู่ไม่ได้ อากาศเทวดาเมื่อไม่ได้เชิญก็ไม่มาอยู่ ถึงเชิญเขาก็ไม่มาอยู่หรอก เพราะที่อยู่เขามันดีกว่านี้ชนิดเปรียบกันไม่ได้ ที่นี้ใครละที่จะมาอยู่ ก็เปรต อสูรกาย ที่ไม่มีบุญเขตมีวิมานเหมือนเทวดาเขานั่นแหละ ที่นี้มันก็จะมาเข้าฝันว่าจะเอาไอ้โน่นจะเอาไอ้นี่ เจ้าของบ้านก็พลอยตื่นเต้นบอกเจ้าที่แรงดีจังมาเข้าฝันและ รีบจัดทำสิ่งที่ขอสนองพระเดชพระคุณกันจ้าละหวั่น แถมบางคนก็บนบานขอโน้นขอนี่ ได้บ้างไม่ได้บ้าง ส่วนมากไม่ได้ ก็แล้วเขาจะเอาที่ไหนมาให้ละขนาดตัวของคุณท่านเองยังต้องเร่ร่อนไปอาศัยเขาอยู่ที่โน่นที่นี่ บางคนขอไว้จนลืมไปแล้วเพราะนานเป็นปี สองปีต่อมาจึงได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ก็ลืมไปแล้วว่าบนบานไว้ แต่ไอ้ที่ได้ก็ไม่ใช่ว่าได้เพราะมันหามาให้หรอกนะ คนเราดิ้นรนแสวงหาอยู่ตามปกติวิสัยอยู่แล้วพอสมควรแก่เหตุมันก็ได้ผลเอง แต่เจ้าที่กำมะลอก็จะถือว่าเองได้แล้วสมหวังในสิ่งที่ขอแล้วเพราะมันคอยจับตาดูอยู่ แต่ เอ๊ะ ทำไมยังไม่มีอะไรมาแก้บน ที่นี้มันก็มาบอกข่าวเข้าสิ่งคนในบ้าน ทำท่าโกรธตาแดงกร่ำบอกว่า “เฮ้ย…เหวยยยย…ของที่มึงขอกูไว้มึงก็ได้แล้ว แล้วเหตุไดใยไม่เอาของมาแก้บนกูวะเดี๋ยวกูจะเอาชีวิตอีนังคนนี้ไปเลยดีมั๊ย ” โอ้ย…กุลีกุจอขอขมาอภัยกันยกใหญ่ ยกมือไหว้ท่วมหัวสัญญาเดี๋ยวจะจัดของถวายให้อิ่มเอมเปรมใจทีเดียวแถมมีละครรำให้อีกด้วย ข่าวก็ลือแพร่สะพัดความเฮี้ยน ลือกันข้ามจังหวัด อาจารย์เห็นแล้วเลยต้องเดินคอตกกลับออกมาหมดอาลัยตายอยาก เรามันอาจารย์คน สู้ อาจารย์ผีไม่ได้วะ ต้องบอกลาอย่างอายๆ ที่ยกตัวอย่างมาเนี้ยะ เป็นอุทาเห่า เอ๊ย หรณ์ได้ดี ไหว้เทพไหว้ผีไม่บาปหรอกถ้าไหว้ด้วยปัญญา อย่าโง่ให้ผีมันหลอกให้ไหว้จนหัวปั่นก็แล้วกัน มิจฉาทิฐิเต็มๆ
จาก อ.สัจพจน์ [22/5/2552 11:54:01 ]

ความคิดเห็นที่ 3
กระจ่างเลยค่ะ ที่บ้านไม่มีศาลค่ะ แต่ที่ทำงานมี คิดไปคิดมาแทนที่จะมีพระพุทธรูป ดันมีศาลซะงั้น อ่านแล้วเป็นอุทาหรณ์จริงๆค่ะ รู้สึกเลยว่าคนเราก็เนอะอยู่ดีๆสูงๆอยู่แล้ว ยังไปเคารพยกย่องของที่ต่ำกว่าพระพุทธเจ้า มันก็เลยเดือดร้อนกันไปตามเรื่องตามราว ตามกรรมใหม่กรรมเก่า สนุกดีแท้
จาก ปาณิศา [22/5/2552 12:04:01 ]

ความคิดเห็นที่ 4
มีคนเค้าเตือนมาค่ะอาจารย์ ว่าการไหว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เราเจอคนรู้จักเราก็ไหว้ บ้างที่เข้าสังคมเค้าเด็กกว่าเราก็ต้องไหว้ การคิดแบบดิฉันมันออกจะดูอคติเกินไป ดิฉันว่ามันก็จริงอย่างที่เค้าพูด ไม่ทราบว่าอาจารย์มีความคิดเห็นยังไงบ้างอ่ะค่ะ คือพอมีคนโต้กลับมาก็มึนๆล่ะ เอ่อแล้วแบบว่ามีเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัวจะรบกวนถาม ช่วงนี้เหมือนจะมีคนเข้ามาในชีวิต ดิฉันกลัวเหมือนกันว่ามันจะเป็นอุปสรรคในการปฎิบัติรึเปล่า ไม่อยากจะไปหลงอะไรๆต่อมิอะไรให้เสียเวลา แต่จากที่ได้คุยกันเค้าก็ดีนะค่ะเป็นคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกันคุยเรื่องธรรมหรือปรัชญากันได้สนุกดี กลัวกรรมเก่าจะส่งใครต่อใครมาอีกอ่ะดิค่ะ 555 (ขำเล่นๆแต่เครียดจริงๆนะ)
จาก ปาณิศา [25/5/2552 8:42:41 ]

ความคิดเห็นที่ 5
ป.ล. บังเอิญเป็นผู้ชายในสเป๊กด้วย ช๊อบชอบคนในเครื่องแบบ 555

เข้าเรื่องๆค่ะ เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ไปเที่ยวเขาใหญ่มาอุสาห์กะว่างานนี้ต้องเจอก็ไม่เห็นเจออะไรเลย ก่อนนอนก็อฐิธานว่าถ้าใครมีอะไรให้ช่วยก็ให้มาบอกเน้อถ้าช่วยได้ก็จะช่วย ก็ม่ะมีอะไรเลย อีกเรื่องนึงคือ เห็นเพื่อนเล่าให้ฟังว่า แถวๆที่อาจารย์อยู่นั้นแหละมีแม่ชีช่ำรัก จริงๆแล้วก็ไม่ได้อยากจะบวชแต่ถ้าไม่บวชคงต้องตายแน่และลงไปปีนต้นงิ้วที่นรก (อันนี้ฟังความมาข้างเดียวนะค่ะ) ดิฉันก็เลยคิดว่านี่แหละๆปัญหาว่าทำไมคนถึงเริ่มถอยห่างจากศาสนาเพราะมันเข้าข่ายปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งเข่ง แล้วแบบนี้ใครๆก็กลัวว่าจะกลายเป็นเครื่องมือของคนพวกนี้ไป ดิฉันเองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน แล้วแบบนี้จะมาเรียกร้องให้ใส่ลงไปในรัฐธรรมนูญว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ แทนที่จะเอาเวลาประท้วงเย่วๆ ไปหาวิธีจัดการกับพวกใช้ศาสนาเป็นเครื่องหาประโยชน์เข้าหาตัว การมาประท้วงแบบนี้มันไม่ยิ่งเป้นการยึดติดเข้าไปอีกเหรอค่ะ อ่ะดิฉันเชื่อว่ามันต้องมีคนพูดแหละว่าอ้าวไหนศาสนาพุทธบอกไม่ให้ยึดติด ตัวกูของกู แล้วไหงมาเรียกร้องแบบนี้ คนรู้จริงก็ไม่ค่อยออกมาพุด พวกรู้แบบจำๆเค้ามาพูดก็ชอบออกมาพูดกันจัง
จาก ปาณิศา [25/5/2552 9:04:26 ]

ความคิดเห็นที่ 6
คำถามเรื่องการไหว้เจ้าที่หรือพระภูมิ ที่เขาพูดก็ไม่ผิดตรงไหนอาจารย์ก็เคยบอกเสมอว่าเมื่อเราจะไหว้ต้องรู้ว่าเราไหว้อะไร ไหว้เพื่ออะไร ก็คือมีปัญญาประกอบในการไหว้ เหมือนที่เคยบอกปาณิศาไปแล้ว ว่าถ้าสิ่งนั้นมีอยู่แล้วเชิญเขามาอยู่ร่วมแล้วเราต้องดูแลเอาใจใส่เขาเหมือนญาติผู้ใหญ่เขาก็เป็นสมาชิกบุคคลหนึ่งของครอบครัว เหมือนกัน ช่วยเหลือได้ในยามวิกฤติ เช่นมีวิญญาณแปลกปลอมจะเข้ามาเขาก็ยังกันไว้ให้ ไม่ไร้สาระไปเสียทั้งหมดหรอก แต่การที่ว่าจะมีสาระหรือไม่มีสาระไม่ใด้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราจะยกมือไหว้หรอก มันอยู่ที่ตัวเราว่ามีสาระพอที่จะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้อย่างเข้าใจด้วยปัญญาแล้วหรือยังต่างหาก
จาก อ.สัจพจน์ [25/5/2552 11:24:30 ]

ความคิดเห็นที่ 7
ผู้ที่ไม่เชื่อใครเลยคือ คนโง่ !
ผู้ที่เชื่ออะไรง่ายๆ คือ คนงมงาย !
ผู้ที่รู้จักรับฟังผู้อื่นและวิเคราะห์เหตุผลด้วยปํญญา ชื่อว่า ปราชญ์ !
จาก อ.สัจพจน์ [25/5/2552 11:26:13 ]

ความคิดเห็นที่ 8
เป้นทั้งสามอย่างรวมกันเลย
จาก ปาณิศา [25/5/2552 11:52:47 ]

ความคิดเห็นที่ 9
ขอบพระคุณค่ะ ยิ้งพูดยิ่งลึกซึ้งนะค่ะ มีคนเค้าพูดว่า บางทีเราก็ไม่พร้อมจะรับสิ่งดีๆเสมอไป ยังไงก็ต้องขอบพระพระคุณในความเมตตาของอาจารย์ค่ะที่อดทนพูดแล้วพูดอีกจนกว่าคนฟังจะพร้อมรับและเข้าใจในความหมายนั้น
จาก ปาณิศา [25/5/2552 11:56:02 ]

ความคิดเห็นที่ 10
ส่วนเรื่องคู่เรื่องความรักตราบไดที่เรายังเป็นปุถุชนมันก็ต้องหวั่นไหวไปตามธรรมดา มายามันล่อลวงเราให้ติดบ่วงอยู่ในโลก แต่ก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายในการที่คิดจะมีคู่ เราคือผู้ที่จะต้องตัดสินใจ แต่เรื่องของหนุ่มสาวเนี้ย ใหม่ๆก็ดูเหมือนอะไรก็เข้ากันได้หมด เอาแต่สิ่งที่ดีๆมาแสดงอวดกัน เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ อะไรที่เป็นสิ่งไม่ดีหรืออุปนิสัยแก่นแท้ต้องซ่อนเอาไว้ อยู่ด้วยกันเมือไรจะร้องอ๋อว่าที่แท้มันเป็นอย่างนี้เหรอ ทำไมไม่เหมือนตอนคบกันแรกๆเลย แต่อาจารย์ไม่ใช่สอนให้มองโลกไนแง่ร้ายนะครับเขาอาจเป็นกัลยาณมิตรของเราอย่างแท้จริงก็ได้ ศึกษากันนานๆ แอบไปดูธาตุแท้ในยามที่เขาอยู่ที่บ้านและในกลุ่มสังคมของเขาโดยไม่ให้เขารู้ว่าเราแอบดูอยู่ อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็คุ้มถ้าจะต้องแต่งงานกับใครสักคน
จาก อ.สัจพจน์ [25/5/2552 14:08:49 ]

ความคิดเห็นที่ 11
มีเรื่องจะรบกวนถามค่ะอาจารย์คือดิฉันแต่ก่อนไม่ได้ชื่อ ปาณิศา แต่ชื่อ สมพิศ ก็แบบชื่อหน้าพ่อกะชื่อหน้าแม่มารวมกัน แต่คนทีเค้าตั้งให้คงเกิดรู้สึกผิดขึ้นมาว่าทำไมมันเฉยๆเค้าเลยเป็นคนยุให้เปลี่ยน ซึ่งชื่อ ปาณิศา เนี้ยก็เลือกเองไม่ได้คิดอะไรเลย เปลี่ยนมาก็ 12 ปีแล้ว แต่ดิฉันก็รู้สึกคิดถึงชื่อเก่านะค่ะ อาจารย์ว่าสมพิศ กะปาณิศา อันไหนมันดีกว่ากันอ่ะค่ะ แล้วตอนนั้นที่ดูดวงครั้งแรกเลย บอกเวลาเกิดผิดไป 14 นาที จาก 8.14 เป็น 8.00 มันตะต่างกันมากมั้ยค่ะ เห็นอาจารย์ตอบของคนอื่น แค่ 14 นาทีก็เป็นคนละลัคนาราศีแล้ว
จาก ปาณิศา [25/5/2552 16:36:05 ]

ความคิดเห็นที่ 12
ปาณิศาดีกว่าครับ ช่างคิดช่างฝันดี สมพิศ โลดโผนไปหน่อย อารมณ์แตกหัก ชีวิตมักรู้สึกกดดัน แต่จะให้ดีต้องดูสัมพันธ์กับนามสกุลด้วย อาจารย์ไม่รู้ปาณิศานามสกุลอะไร หมายถึงอะไร ความหมายต้องไม่ขัดแย้งกัน เหมือน สัจพจน์ สีหเมธีร์ แปลว่า ผู้พูดความจริง นักปราชญ์ผู้องอาจดังราชสีห์ เป็นตัวอย่าง บนหน้าเว็บ ตั้งแต่ ชื่อ ภวิตรา ธรรมเทพย์ และ ศิวนาถ ฤาไชย อาจารยตั้งให้ทั้งนั้น ธัญญลักษณ์ ด้วย บางชื่อเป็นแค่นามแฝง บางชื่อใช้เป็นชื่อจริง ดังทุกราย อ๊ะแฮ่ม...ยืด
จาก อ.สัจพจน์ [25/5/2552 17:40:53 ]

ความคิดเห็นที่ 13
ชอบชื่อปาณิศา ค่ะเพราะดีเหมือนนางเอกในนิยายดี

อาจารย์คะแล้วถ้ารู้ว่าชื่อตัวเอง มีตัวอักษรกาลกิณีอยู่ แต่ไม่ยอมเปลี่ยนเพราะพ่อเป็นผู้ตั้งให้ คิดจะเปลี่ยนช่วงอยู่ม.ต้น แต่กลัวทำร้ายน้ำใจพ่อก็เลยคงไว้ ทุกวันนี้ก็ใช้ชื่อเดิมค่ะ ชื่อ ชลดา เฉลิมรูป เกิดก็ฤดูฝน กรกฏาคม แถมน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ปี 2526 และโดยส่วนตัวจะชอบฤดูนี้มาก แม้จะเฉอะแฉะ ก็ตาม แล้วเวลาจะไปพบอะไรที่ศักดิ์สิทธิ์มักจะมีฝนตกเสมอ แต่แปลกที่จะกลัวแม่น้ำที่กว้างมากๆ กลัวการยืนในสระน้ำ อ่างน้ำ ทะเล กลัวการเดินทางโดยเรือ เลยว่ายน้ำไม่เป็นซักกะที ทั้งๆที่ชื่อก็มีความหมายเกี่ยวกับน้ำแต่กลัวน้ำ ขัดแย้งกันแปลกๆดีค่ะ อยากเปลี่ยนเหมือนกันค่ะแต่กลัวเสียน้ำใจคนตั้งชื่อค่ะ อาจารย์ว่าหนูคิดถูกไหมคะที่ไม่เปลี่ยนชื่อ
จาก nangfha [25/5/2552 21:40:47 ]

ความคิดเห็นที่ 14
อักษรกาลกิณีไม่เคยทำให้ใครเป็นคนเลว ยังไงก็อยู่เหนือความกตัญญูไปไม่ได้หรอก มีคนชื่ออักษรเดชศรี แต่เป็นกาลกิณีต่อบ้านเมืองมีเยอะ ถ้ามั่นใจว่าตนเองจะตั้งใจเป็นคนดีถือว่าเป็นศรีไปทั้งตัวและหัวใจแล้วครับ ศาสตร์โบราณมีค่าเราไม่ลบหลู่ก็พอ คิดดีทำดีเข้าไว้ดีที่สุด เอาไว้อาจารย์จะตั้งฉายาให้ครับ ใช้เรียกเฉพาะในวงการเหมือนชื่อนักร้องนักแสดง หรือนามปากกาของนักเขียนนั่นแหละครับ
จาก อ.สัจพจน์ [25/5/2552 22:22:53 ]

ความคิดเห็นที่ 15
คนชื่ออักษรเดชศรี แต่เป็นกาลกิณีต่อบ้านเมืองมีเยอะ ซะใจ
นามสกุล ปัณฑุกำพล (ปัน-ทุ-กำ-พน) จริงๆแล้วมาจากคำว่า บัณฑุกำพล (บัน-ดุ-กำ-พล) แปลว่าแท่นรองนั่งของพระอินทร์ แต่ที่บ้านเล่าให้ฟังว่าตอนไปเปลี่ยนนามสกุลเจ้าหน้าเค้าเห็นว่า แซ่ปึง เลยเปลี่ยน บ เป็น ป ให้ซะเลย ด้วยประ กา ระ ชะ นี้ เล่าให้ฟังเฉยๆช่างมันเถอะค่ะ ก็เหมือนอย่างที่อาจารย์ว่า ถ้ามั่นใจว่าตนเองจะตั้งใจเป็นคนดีถือว่าเป็นศรีไปทั้งตัวและหัวใจแล้วครับ อิอิ
ป.ล. ปาณิศา แปลว่าเจ้าชีวิต
จาก ปาณิศา [26/5/2552 7:37:35 ]

ความคิดเห็นที่ 16
เป็นเหมือน คุณ นางฟ้าเลย กลัวน้ำ แต่จะกลัวเฉพาะทะเล คือลงเล่นได้นะ แต่มองแล้วใจมันแป่วๆยังไงไม่รู้ แบบมันกว้างใหญ่ไพศาลน่ากลัว สงสัยชาติที่แล้วจมน้ำตาย 555 เออๆกะเสียงมอเตอร์ไซด์ดังๆอ่ะค่ะ เวลาได้ยินนะใจหายแว๊ปเลย ประมาณแบบพอได้ยินนะ เวลานั่งอยู่บนเก้าอี้ต้องสดุ้งยกขาขึ้นมาเลย
จาก ปาณิศา [26/5/2552 8:11:04 ]

ความคิดเห็นที่ 17
ป.ปลาถูกต้องตามหลักบาลีแล้วครับ ลองไปอ่านบทสวดมนต์ซิไม่มีคำไหนใช้ บ.ใบไม้สกด มีแต่ป.ปลาจ่ะ เช่นคำว่า บัณฑิต (บันดิด) จะเขียนว่า ปัณฑิตา แต่แปลกนะ บาลีสันสกฤตที่ใช้ในภาษา อินเดีย ใช้ตัว B บ.ใบไม้ ไม่มีตัว P ออกเสียง ป.ปลาเหมือนกัน ความจริงขำๆครับ
จาก อ.สัจพจน์ [26/5/2552 10:30:03 ]

ความคิดเห็นที่ 18
สพ่ต่รีถคตี่พส่ร่านายนี
จาก 007 [13/2/2553 9:46:37 ]

ความคิดเห็นที่ 19
เรียนถาม
ซื้อบ้านมือ 2 มีศาลพระภูมิอยู่ เจ้าของเดิมเลิกกับภรรยา ถ้าเราจะเอาศาลพระภูมิออกได้ไหม เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีเวลาดูแล กลับบ้านดึก ออกแต่เช้า
จาก อพันธ์ตรี [12/6/2553 17:06:38 ]

ความคิดเห็นที่ 20
อาจารย์ค่ะ รบกวนถามอาจารย์ค่ะ ที่บ้านไม่มีศาล แต่อยากบูชา
โดยที่ไม่มีศาล ได้ไหมค่ะ แล้วถ้าบูชาได้จะบูชาอย่างไรค่ะ
จาก นิตยา [10/7/2553 20:03:27 ]

ความคิดเห็นที่ 21
หมอดูทักว่าที่บ้านดิฉันมีเจ้าที่ แต่บ้านดิฉันไม่มีศาลเจ้าที่ค่ะ ตอนแรกไม่เชื่อ แต่มีต้นกล้วยขึ้นมาเป็นกอแล้วกล้วยก็ออกเครือตรงกลางลำต้นซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนก็เลยจุดธูปไปไหว้ แล้วดิฉันก็ถูกหวยค่ะ หลังจากนั้นก็ไหว้ใส่ข้าวทุกวัน ตอนนี้ฉันทุกหวยสามงวดติดต่อกันค่ะ ก็เลยคิดว่าท่านคงอยากให้เราตั้งศาลให้ อีกอย่างนึงคิดว่าคงไม่หนักหนาอะไร แต่อยากทราบรายละเอียดและพิธีกรรมที่ต้องทำว่าควรทำอย่างไรให้ถูกต้องถูกวิธีค่ะ ดิฉันอยู่เชียงใหม่ค่ะ
จาก นัธร์สิกาญจน์ [21/12/2553 13:02:27 ]

ความคิดเห็นที่ 22
รบกวนช่วยตอบให้ด่วนด้วยนะค่ะ เพราะอยากจะตั้งก่อนปีใหม่นี้ค่ะ
จาก natsikan [21/12/2553 13:06:17 ]

ความคิดเห็นที่ 23
พาสุนัขออกกำลังกายที่สถานราชการแห่งหนึ่งเป็นประจำ มีช่วงหนึ่งสุนัขไม่สบายเป็นอัมพฤกษ์รักษาทางยาและฝึกเดินใหม่ โดยใช้สนามหญ้าที่นี่จนหาย ก็สำนึกในบุญคุญของศาลพระภูมิ และได้นำดอกไม้ น้ำ และขนมไปตั้งไหว้เมื่อช่วงวันสงกรานต์ สำนึกในบุญคุญของสถานที่ ไม่ทราบว่าทำผิดขั้นตอนหรือเปล่า
จาก มาลี [16/4/2554 13:56:55 ]

ความคิดเห็นที่ 24
อยากถามเรื่องการไหว้เจ้าที่คะ
คือตอนนี้อาศัยอยู่ที่ หอ เเถวๆบางบัวคะ ที่อาศัยอยู่เป็น เเฟลต5ชั้น พอดีว่าอยู่ที่ชั้น 5 อยู่มา เกือบ 5 เดือนเเล้วคะ ยังไม่เคยได้ไหว้เจ้าที่เลยคะ
เพราะกลัวว่าจะทำผิดขึ้นตอน การไหว้เจ้าที่ต้องใช่ ธุปกี่ดอกคะ เเล้วถ้าบ้านอยู่ ชั้น 5 ต้องเอาธุปไปปักไว้ตรงไหน ต้องเตรียมกระถางทรายไว้ปักธุปไหมคะ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณมากคะ
จาก ศศิธร [10/5/2554 20:34:03 ]

ความคิดเห็นที่ 25

Dimensions: 259 x 194
Image Type: Bitmap

ละเอียดดีนะ
จาก ฟำ [12/8/2554 20:42:05 ]

ความคิดเห็นที่ 26
ละเอียดดีนะ
จาก ฟำ [12/8/2554 20:42:40 ]

ความคิดเห็นที่ 27
รบกวนถามอ.กูรูผู้เกี่ยวกับศาลพระภูมิ ที่บ้านดิฉัน (บ้านแม่สามี) เป็นศาลที่ตั้งมานานแล้ว สภาพเก่าในศาลไม่มีอะไรเลย แม่สามี ไม่เคยดูแล นานๆที จะไหว้สักครั้ง แต่ไม่เคยทำความสะอาดให้ดิฉันควรทำอย่างไรดีค่ะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ ดิฉันไม่มีอีเมล์หรอกค่ะ แค่เปิด-ปิดเล่นเน็ตได้บ้างเท่านั้นเอง
จาก นางนิภาพร กัลยาณมิตร [20/9/2554 18:35:23 ]

ความคิดเห็นที่ 28
อยากดูดวงด้วยคะ
จาก พรทิพย์ [14/12/2554 16:18:38 ]

ความคิดเห็นที่ 29
อยากรบกวนถาม อ.ว่าถ้ามีบ้านแล้วเราไม่มีศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่(ศาลตายาย) และจำเป็นมากน้อยเพียงไรที่จะต้องตั้งศาลเหล่านี้
ขอบคุณมากค่ะ
จาก ผู้ไม่รู้ [22/12/2554 14:42:57 ]

ความคิดเห็นที่ 30
If Timberlands For Men http://www.timberlanddiscounted.com/ isn’t right for you, meet its big sister with eight extra inches of ankle protection and padded collars for a Cheap Timberlands http://www.timberlanddiscounted.com/Timberland-men-shoes-f2-4.html . They feature Smart Comfort? Biorythmic technology for better comfort and no break-in period. Timberland Roll-top Boots http://www.timberlanddiscounted.com/Timberland-men-Hiking-f2-5.html Smart Comfort dual-density Shoes Timberland 14 inch http://www.timberlanddiscounted.com/Timberland-men-Boots-f2-3.html have a 5mm memory foam top layer for instant comfort. In addition, the insoles have innovative biorythmic air channels to push air Timberland boat shoes http://www.timberlanddiscounted.com/Timberland-women-sandals-f2-13.html store to provide cushioning, and additional support where and when it’s needed most. Premium full-grain Timberland 6-Inch boot http://www.timberlanddiscounted.com/prodtl.html with waterproof impregnated properties that become part of the Timberland For Kids http://www.timberlanddiscounted.com/Timberland-kids-Boots-f2-9.html tanning keep feet dry in any weather.
จาก gsfdh [25/2/2555 8:59:48 ]
Page :  1 2
[ next>> ]  [ Last ]  
  ร่วมลงความเห็น > เพิ่มกระทู้ใหม่ > หน้ารวมกระทู้
รายละเอียด :
ผู้โพส :
อีเมล์ :
รูปภาพ :
ไฟล์ gif หรือ jpg ขนาดไม่เกิน 100 KB เท่านั้น
รหัสป้องกัน Security images