Homeองค์กรมหาปราชญ์ตอบปัญหาชีวิตWebboardติดต่อเราLink
เพลงสวด-บทสวดมนต์
องค์กรมหาปราชญ์
วิชามหาปราชญ์
เรื่องของกรรม

โหราศาสตร์ พิชัยสงคราม วิเคราะห์ ชื่อ-นามสกุล
โหราศาสตร์พม่า โหงวเฮ้ง รายมือ
บริการจัดส่งพนักงานแม่บ้าน พี่เลี้ยงเด็กแรกเกิด - 7 ขวบ  เฝ้าไข้ - ดูแลผู้สูงอายุ
บริการจัดส่ง พนักงาน แม่บ้าน แม่ครัว พี่เลี้ยงเด็ก คนเฝ้าไข้ ดูแลผู้สูงอายุ
การเผยแพร่ความรู้ทางจริยธรรม
เว็บบอร์ด > สามีมีเมียน้อย


ห้วข้อกระทู้
สามีมีเมียน้อย
รายละเอียด
สวัสดีค่ะอาจารย์สัจพจน์ดิฉันกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอย่างมากจึงขอรบกวนถามท่านอาจารย์ดังนี้ค่ะ 1.จะทำอย่างไรจึงจะปลดจากความทุกข์ใจที่เกิดจากการมีเมียน้อยของสามี และ2.ทำอย่างไรจึงจะรอดพ้นจากการจองเวรของเมียน้อยที่ตามมาก่อกวน ดิฉันเกิดวันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2509 ปีมะเมีย เวลาตกฟาก 11.45 น.ที่จ.ราชบุรี สามีเกิดวันอาทิตย์ที่ 29 พ.ย.2507 ปีมะโรง ที่จ.นครราชสีมา ไม่ทราบเวลาตกฟาก เมียน้อยเกิดวันศุกร์ที่ 14 ก.ค.2504 ปีฉลูที่กรุงเทพฯ ไม่ทราบเวลาตกฟาก ขอความกรุณาท่านอาจารย์ตอบให้ด่วยด้วยนะค่ะเพราะตอนนี้ทุกข์ใจมากจนอยากจะฆ่าตัวตายวันละหลายๆ รอบ แต่ก็สงสารลูกๆ (มีลูกชาย 3 คน) แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจึงจะพ้นทุกข์ตรงนี้ได้ ขอคุณท่านอาจารย์ล่วงหน้าค่ะ

ผู้โพส : คิม
วันที่ : Wednesday, April 12, 2552 เวลา : 1:06:13 PM


ความคิดเห็นที่ 1
หลานปา : ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับตัวทุกข์ก่อน ทุกข์ที่คุณป้าเป็นอยู่คือผล คนเราเมื่อเกิดทุกข์แล้วก็พยายามที่จะดับทุกข์นั้น มันก็เลยกลายเป็นว่า ทุกข์คือเหตุ แล้วผลคือความไม่รู้สึกทุกข์อีก ว่ากันตามอริยสัจ ๔ แล้ว สาเหตุของทุกข์ก็คือ สมุทัย
ป้าคิม : คนเป็นทุกข์จะตายอยู่แล้ว มาพูดเรื่องทุกข์ สมุทัย อะไรฟังไม่รู้เรื่อง ไปไป๊
หลานปา : คุณป้าอยากฆ่าตัวตาย ตกนรก ลงอบายเป็นสัตว์นรกเมื่อไหร่ก็ได้ ฟังเรื่องนี้แป๊ปเดียวเองไม่เสียเวลาตายมากหรอก ก่อนจะตายยังแต่งหน้าทาปากเขียนจดหมายลาตาย นานกว่านี้อีก เชื่อดิ เอาล่ะเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า เมื่อกี้บอกว่า ทุกข์คือผล ชิมิค่ะ เหตุของมันก็คือสมุทัย จะพูดให้คนใกล้ตายฟังเข้าใจง่ายๆก็คือ ตัณหา นั้นเองอย่าบอกนะว่าป้าเข้าใจว่าตัณหา นั้นมันผัวฉันต่างหากไม่ใช่ฉัน
ป้าคิม : ใช่สิ ผัวป้ามันตัณหาจัด แก่จนป่านแล้ว ยังอยากมีเมียน้อยเมียมากอีก
หลานปา : เฮ้อ มาอธิบายคำว่า ตัณหา กันดีกว่า เดี๋ยวๆหนูขอไปเปิดตำราพุทธธรรมก่อนนะ เมื่อคืนอ่านๆหลับๆผ่านไป ไม่รู้อยู่หน้าไหน เจอแล้วๆ ตัณหา แปลว่า ความกระหาย ความทะยาน ความเสน่หา ความรน ความร่าน ความกระสับกระส่าย ความกระวนกระวาย ไม่รู้อิ่ม แล้วป้ารู้ป่ะว่าตัณหามันเกิดจากอะไร
ป้าคิม : จะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ ตอนนี้ฉันคิดไรไม่ออก คิดแค่ว่าจะตายยังไงจะทำยังไงให้ผัวฉันเสียใจที่สุดเวลาที่ฉันตาย
หลานปา : ซะงั้นป้าเรา เป็นเอามาก ตัณหาเกิดจากเวทนาเป็นปัจจัย หรือพูดอีกอย่างนึงก็ได้ว่า ตัณหา คือ ความกระหายอยากในสิ่งที่ให้เวทนา หรือ ความกระหายอยากในอารมณ์ที่ชอบใจ ส่วน เวทนาเนี้ย มี ๓ แบบ สุขเวทนา ทุกขเวทนา กับ แบบชิวๆคือไม่สุขไม่ทุกข์ กรณีของป้าเนี้ยนะ เกิดทุกขเวทนาเพราะภวตัณหา คือความอยากให้สามีรักฉันคนเดียวตลอดไปมันไม่ถูกสนอง ก็เลยเกิดทุกข์ ขึ้นมาไง พูดง่ายๆว่าตัณหามันไม่ถูกสนองไงก็เลยทุกข์แทบตาย ง่ายๆแค่เนี้ยแหละ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์สำหรับเรื่องนี้
ป้าคิม : โอ๊ย เรื่องแค่นี้ฉันก็รู้อยู่แล้ว รู้มาก่อนเธอจะเกิดซะอีก ไม่ต้องให้เธอมาพูดหรอก
หลานปา : เอ้า คนพูดด้วยดีๆก็ไม่ฟัง เอาเถอะๆ ไม่โกรธหรอก เพราะป้าน่าสงสารอีกหน่อยก็ต้องทนทุกข์ทรมานในอบายภูมิเพราะอวิชชาอยู่แล้ว ว่าแต่จะเป็นสัตว์นรก หรือเปรตดีละ
ป้าคิม : อวิชชา แปลว่าอะไรย่ะ เด็กอะไรพูดจาไม่รู้เรื่อง ติงต๊องรึเปล่าเนี้ย
หลานปา : อวิชชา แปล ตรงๆ ก็คือ ความโง่ ไงป้า แบบที่ป้าเป็นอยู่ตอนนี้แหละ โง่ที่ไม่รู้เห็นอะไรตามความเป็นจริง คนทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ก็เกิดมาเพราะ อวิชชา นี้แหละ เพราะยังโง่อยู่ ถึงได้ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดไง
ป้าคิม : อืม แล้วไงต่อ
หลานปา : ตอบไม่ถูกเหมือนกัน หนูเรียนธรรมมาน้อยพูดได้แค่นี้แหละ แต่ที่อยากจะบอกคือ มันไม่มีอะไรเป็นปัญหาลยนะ แต่รู้ม่ะที่มันเป็นปัญหากันอยู่ทุกวันเนี้ย ก็คือพยายามจะทำให้มันไม่มีปัญหา อกหัก ญาติเสีย รถชน เหยียบขี้หมา ฝนตก ส้นรองเท้าหัก ก็เพราะมันมีเหตุมีปัจจัยให้มันเกิด ก็ไม่เห็นเป็นปัญหา แต่ที่เป็นปัญหาคือ คนเราไม่ยอมรับมันตามที่มันเป็น ก็เลยเกิดทุกข์ไง ทุกข์มีไว้เห็นไม่ได้มีไว้เป็นนะป้า พระท่านเทศน์มา ขอยืมท่านมาพูดหน่อย
ป้าคิม : (เงียบ เหมือนจะคิดอะไรอยู)
หลานปา : งั้นถามจริงเหอะ เวลาป้าส่องกระจกมองสังขารตัวเองมันยังมีอะไรที่น่าพิศวาสอีกมั้ย คงจะมีแต่หูล่ะมั้งที่มันยังพอต้านแรงโน้มถ่วงของโลกได้ไม่หย่อนยานไปซะก่อน นี้หนูยังไม่สามสิบเลย กามันมาฝากรอยเท้าไว้แล้ว นับประสาอะไรกะป้า ยึย ไม่อยากจะจินตนาการ
ป้าคิม : นี้มันจะมากไปแล้วนะ ฉันยังสาวยังสวยอยู่เลย สามีฉันต่างหาก แก่ก็แก่ หัวก็ล้าน ไม่เจียมบอดี้ แล้วอีกอยากเมียน้อยเค้าก็แก่กว่าทั้งฉันและสามีด้วย
หลานปา : นี้ป้าพูดมาเนี้ยยังไม่เห็นไรมั้งเลยเหรอ ที่หนูพูดๆมาเนี้ยหนูไม่พูดถึงคนอื่นเลยนะ เอาเถอะถึงแม้ว่านะผู้หญิงคนนั้นเลวแค่ไหน จะเหี่ยวกว่า แก่กว่า สามีป้าอาจหลงของใหม่ หรืออะไรก็ช่างเถอะ แต่ความทุกข์มันเกิดขึ้นที่ตัวป้าเองชิมิ เวลาป้าทำของหล่นหายที่ห้องนอน ป้าจะไปหามันที่ห้องส้วมรึเปล่าล่ะ
ป้าคิม : มันก็อาจจะกลิ้งไปได้ ก็หามันทั้งสองที่แหละ
หลานปา : กำ ถ้างั้นป้าไปหาในส้วม หาไปหามาก็คงสงสัยว่าเอ๊ะ มันตกลงไปในโถส้วมรึเปล่า ไปจ้างเทศบาลมาเปิดบ่อเปรอะ ก็เหม็นคลุ้งไปทั่ว เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แถมเหม็นอีกต่างหาก สุดท้ายก็หาไม่เจอ เพราะมันตกอยู่ในห้องนอนนั้นไม่หาให้ดีก็เดาๆเอาว่ามันอาจจะกลิ้งไปที่นู้นที่นี้บ้าง
ป้าคิม : ความรักไง ป้ารักเค้า ทำไมเค้าไม่นึกถึงเรื่องดีดีที่ป้าทำ ป้าทำผิดตรงไหนเค้าถึงได้ปันใจให้คนอื่น
หลานปา : รักแท้ คืออะไร ตับ ไต ไส้ พุง ความรักที่แท้จริงไม่เคยทำร้ายใคร ง่ายๆเลย ป้ามีลูกแล้วนิ ป้ารักลูกมาก โดยที่ไม่เคยหวังผลตอบแทนเลยใช่มั้ย ถ้าลูกป้าแต่งงานไป ป้าจะทุกข์แบบที่เป็นอยู่นี้มั้ย
ป้าคิม : ไม่เลย ขอแค่เค้ามีความสุขป้าก็มีความสุขไปด้วย
หลานปา : งั้นไม่ว่าลูกๆป้าจะทิ้งป้าไปยังไง แล้ววันนึงเค้ากลับมาพร้อมกับความทุกข์ ป้าก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างใช่มั้ย แล้วป้าไม่โกรธเหรอที่ลูกทิ้งป้าไป
ป้าคิม : ไม่เลย ถึงใครทั้งโลกจะไม่ต้องการเค้า แต่ป้าจะอยู่เคียงข้างและพร้อมที่จะให้อภัยพวกเค้าได้เสมอ
หลานปา : แล้วทำไมป้าไม่คิดกับสามีป้าแบบนี้บ้างไม่ได้ล่ะ ที่พูดเนี้ยไม่ได้จะให้ป้าให้อภัยหรืออยู่เคียงข้างอะไรหรอกนะ เพียงแต่จะเปรียบเทียบว่าความรักที่มีตัณหา กับรักบริสุทธิ์ มันต่างกันอย่างไง แม้แต่เพียงความรู้สึกว่าอยากให้เค้าเห็นว่าเราเป็นคนดี นี้ก็เรียกว่าตัณหาแล้ว ป้าหน่ะโชคดีออกที่ได้มีความรักบริสุทธิ์ให้กับลูกๆ ไม่เหมือนหนู หนูไม่เข้าใจว่ารักบริสุทธิ์ ไม่หวังผลตอบแทนเป็นยังไง ใครๆก็บอกว่ามีลูกเดี๋ยวก็รู้เอง
ป้าคิม : ใช่ อีกหน่อยเธอมีลูกก็จะรู้เอง เดี๋ยวก็ได้รู้ อีกหน่อยแต่งงานก็มีลูกเองแล้ว แล้วเธอมีแฟนหรือยังล่ะ
หลานปา : เคยมี เลิกไปแล้ว เลิกได้เป็นปีแล้ว จริงๆก็วางแผนแต่งงานกันแล้วด้วยว่าอีกสองปีจะแต่ง ส่วนตอนนี้ยังหาไม่ได้เลย หมอดูบอกว่าดวงไม่มีเนื้อคู่ด้วย เซ็งเป็ด
ป้าคิม : อ้าวทำไมถึงเลิกกันล่ะ
หลานปา : ก็แบบว่าอยู่ห่างกัน รักแท้แพ้ยาสีฟัน
ป้าคิม : แพ้ใกล้ชิดหน่ะเหรอ ต๊ายมุขเก๊าเก่า เล่าให้ป้าฟังมั้งสิ
หลานปา : ก็นั้นแหละ อยู่ห่างกันเค้าก็ไปชอบคนอื่น เค้าบอกว่าเค้าหมดรักหนูแล้วเค้าชอบคนอื่นแล้ว หนูก็เฝ้าคิดว่าทำไม ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมเราต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ในหัวสมองมันวนเวียนคิดแต่เรื่องเก่าๆในอดีตที่เรามีความสุข ไปเที่ยวไปกินข้าวด้วยกัน แล้วก็คิดว่าต่อไปนี้มันจะไม่มีแบบนั้นอีกแล้ว เค้าจะไปทำแบบนี้กับคนอื่นแล้ว เค้าจะไปมีความสุขกับคนอื่นแล้ว แล้วเราล่ะ เราจะทำยังไง คิดไปก็ร้องไห้ไป นั่งรถเมลล์อยู่ดีๆก็ยิ้มอยู่ดีๆก็ร้องไห้
ป้าคิม : โอ๊ยช่างมันเถอะผู้ชาย พรรณนั้น เลิกๆไปได้ก็ดีแล้ว ดีกว่าแต่งงานกันไปเดี๋ยวมันมาออกลายที่หลัง อย่างหนูหาได้ดีกว่านั้นเยอะ เราทำดีที่สุดแล้ว แล้วยังไม่เห็นคุณค่าก็ปล่อยเค้าไปอยู่กับสิ่งที่ไร้คุณค่าเถอะ สักวันจะสำนึกได้เองว่าอะไรเพชรแท้ว่าอะไรก้อนกรวด หรือไม่ก็บวชชีเพื่อปฏิบัติธรรมตัดวงจรอุบาทว์ ปฎิจจสมุปบาท เห็นไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไปเลย ชตินี้ไม่บรรลุ อย่างน้อยได้ไปเกิดในสวรรค์มีอายุทิพย์ยืนยาวได้รอพบบพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป
หลานปา : อ้าวววววววววววว แล้วทำไมป้าไม่คิดได้แบบนี้แต่แรก ให้หนูปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเริ่ม
ป้าคิม : ฮ่าๆๆๆ ความโง่ตัวเองเท่าเส้นผม ความโง่คนอื่นเท่าภูเขา จ้ะ
หลานปา : ซะงั้น ว่าแต่ลูกชายคนโต อายุเท่าไร่ค่ะ มีแฟนรึยังค่ะ
ป้าคิม : เอ่ออออออ ป้าต้องรีบไปแล้ว พอดีนัดเพื่อนไว้จะไปทำบุญด้วยกัน เดี๋ยวไปไม่ทันเพล ขอตัวนะจ้ะ
หลานปา : แอบเซ็ง
-------------------------------จบ-----------------------------------------
จาก PANISA [4/12/2552 20:09:23 ]

ความคิดเห็นที่ 2
ดิฉันแวะผ่านมาอ่านคำถามของคุณคิม ก็มีคำแนะนำเล็กๆน้อยสำหรับปัญหาของคุณ
ดิฉันจะขออ้างบทความดีๆที่ไปอ่านเจอมานะคะ เรื่องกรรมเก่ากรรมใหม่

บางท่านอาจคิดว่า เมื่อทุกอย่างเป็นผลของกรรมแล้ว เราฆ่าตัวตายหนีเลยเสียไม่ดีกว่าหรือ หามิได้กรรมจะไม่ยุติเพียงเท่านั้น เพราะการฆ่าตัวตายก็เป็นกรรมใหม่ที่ท่านสร้างขึ้น ซึ่งจะขับดันให้มีผลที่ท่านต้องไปเกิดฆ่าตัวตายอีก 500 ชาติ

ดังนั้นแล้วเราจะพ้นอำนาจกรรมได้อย่างไรเล่า เราสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาด้วยกรรม ดังนั้นก็ใช้กรรมนั่นแหละล้างกรรม ด้วยวิธีการดังนี้คือ



1. อโหสิกรรม การอโหสิจะทำให้บ่วงกรรมขาด ผลกรรมนั้นเป็นโมฆะไป ไม่ต้องมีวาระรับกรรม (เวรกรรม)



2. ชำระจิตจนกระทั่งบริสุทธิ์หลุดพ้นจากอำนาจทั้งปวง แม้อำนาจกรรม เมื่อทำลายอัตตาแห่งอวิชาได้แล้วก็ไม่มีผู้กระทำ เมื่อไม่มีผู้กระทำก็ไม่ถูกกระทำ และไม่ต้องรับผลกรรมใด ๆ บางท่านอาจสงสัยว่า ครั้งพระพุทธองค์ทรงพระชนม์อยู่ทำไมต้องรับผลกรรมด้วยเล่า การที่ท่านรับผลกรรมนั้น เพราะท่านยังดำรงขันธ์อยู่ การบันทึกกรรมก็บันทึกไว้ในขันธ์ (รูป เวทนา สัญญา วิญญาณ) นี่แหละการรับกรรมก็รับกรรมที่ขันธ์นี้อีกเช่นกัน แต่จิตของพระอรหันตเจ้าท่านตัดขาดจากขันธ์แล้วไม่เสวยอาการของขันธ์ ขันธ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรท่านก็รู้อยู่แต่ท่านไม่เข้าไปเกิด ไม่เปลียนแปลงร่วมกันขันต์อีกแล้ว ตราบใดที่ขันธ์ยังดำรงอยู่มันก็รับกรรมของมันไป แต่จิตอันบริสุทธิ์ของท่านไม่สะเทือน ไม่หวั่นไหวด้วยแล้ว ดังพระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “เราสิ้นบุญและบาปแล้ว เว้นแล้วจากความเดือดร้อนทั้งปวง ไม่มีความโศก ไม่มีความคับแค้นใจ ปราศจากอาสวะจักปรินิพพาน





ดังนั้นผลที่มีต่อมนุษย์ในทุกขณะจิตในปัจจุบัน มิใช้เป็นผลแห่งอำนาจกรรมเก่าเท่านั้น แต่ยังมีอำนาจของผลกรรมใหม่อยู่โดยมาก หากกรรมใหม่ไม่มีผลแล้วไซร้ องคุลีมาลจะไม่สำเร็จอรหันต์ได้เลยเพราะกรรมฆ่าคน 999 คน ย่อมมีนรกเป็นที่ไปแน่นอนแต่ท่านสามารถสร้างกรรมใหม่บำเพ็ญเพียรพลิกจิต

เข้าสู่วิมุติหลุดผลอำนาจกรรมเก่านั้นได้ แม่จะรับอำนาจกรรมใหม่ สรุปได้ดังนี้

สภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบัน 5 ส่วน มาจาก

- กรรมเก่า 2 ส่วน

- กรรมใหม่ 3 ส่วน

ด้วยเหตุที่กรรมใหม่มีอำนาจมากกว่ากรรมเก่านี้เองคนจนอาจรวยได้หากขยัน คนโง่อาจฉลาดขึ้นได้หากหมั่นศึกษา คนเลวก็อาจสำเร็จอรหันต์ได้ หากบำเพ็ญเพียรอย่างเอาจริงเอาจัง

จึงกล่าวสรุปได้ว่าอำนาจที่มีผลต่อชีวิตมาก คือกรรมปัจจุบันนี้นั่นเองเราจึงสามารถหนีพ้นกรรมหรือบรรเทาให้เบาบางลง หรือเบี่ยงเบนวิบากต่าง ๆ ออกไปให้พ้นตัวหากอำนาจกรรมใหม่ของเราดีพอและมีปริมาณมากพอ



แต่กระนั้นกรรมเก่า ที่ทำไว้มักเป็นอุปสรรคขัดขวางการสร้างกรรมใหม่อยู่เรื่อย ๆ ด้วยการฝึกกรรมฐานธรรมะเปิดโลก จะช่วยให้ท่านล่วงรู้ถึงบ่วงกรรมของตนเองว่าทำกรรมอันใดไว้ กำลังเสวยกรรมอะไรอยู่และต่อไปจะเป็นอย่างไร และด้วยอำนาจกรรมฐานนี้จะช่วยคลายกรรมเก่าออกเสียจากขันธ์ 5 ได้ตามกำลังของสมาธิ และหากมีบ่วงเวรกับเจ้าหนี้กรรมก็จะได้พบเจ้ากรรม นายเวร เพื่อประกอบการอโหสิกรรมกัน เพื่อให้กรรมนั้นเป็นโมฆะ หมดผลวิบากไป





วิธีการปฏิบัติ

ก่อนอื่นผู้เข้าร่วมพิธีเจริญกรรมฐานธรรมะเปิดโลกจะต้องถวายกรรม ถวายเวร ให้กับพระพุทธ พระธรรม พระสงค์ก่อน เพื่อเป็นการอาราธนาอำนาจพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ลงมาโปรดหากไม่อาราธนาแล้วท่านจะไม่ลงมายุ่งด้วย เพราะถือว่าเจ้าของไม่อนุญาต แต่เมื่ออาราธนาแล้วน้อมธรรมะมาใส่ตัว อำนาจของธรรมพระพุทธเจ้าก็ดี พระธรรมเจ้าก็ดี พระสงฆเจ้าก็ดี จะลงมาโปรดเปิดโลก



“ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต”

http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=156742

จาก แสงเทียน [5/12/2552 8:02:39 ]

ความคิดเห็นที่ 3
แม้จะทุกข์ ร้อยเท่า พันทวี

ก็ไม่มี เทพองค์ไหน มาช่วยผ่อน

สุขที่ใจ ทุกข์ที่ใจ ทั้งยืนนอน

จะผ่าวร้อน หรือชื่นเย็น เป็นที่ใจ

ขออนุโมทนากับผู้แสดงความคิดเห็นด้วยครับ
จาก อ.สัจพจน์ [5/12/2552 20:10:13 ]

ความคิดเห็นที่ 4
1,มีสติรู้ที่ปัจจุบันตามความเป็นจริง อย่าจมอยู่กับอดีต เพราะปัจจุบันไม่มีแล้วคุณกำลังทุกข์กับอดีตอารมณ์ อนาคตยังไม่เกิดขึ้นแต่คุณวาดภาพความเลวร้ายมาหลอนตัวเองอยู่ตลอดเวลา มันคือมายา
2.อโหสิกรรมเสีย หยุดคิดและให้อภัยเวรจะได้หยุดลงที่ตรงนี้ ชาตินี้ และเดี๋ยวนี้ หากไม่วางเส้นใยพันธะการจองเวรจะติดจิตใต้สำนึกไปสู่พบหน้า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
ชีวิตอยู่ที่ลมหายใจของตนเองไม่ใช่ของคนอื่น สุขทุกข์เราเป็นผู้สั่ง ปล่อยวาง และไม่ยึดติด นรกสวรรค์เราเป็นผู้เลือก ยังไม่เกิดก็ยังไม่รู้จักกัน และไม่ยึดมั่นก็ไม่มี อะไรที่เป็นของเราบ้าง เราทึกทักเอาเองแล้วก็หลงเหมือนคนที่หลงอยู่ในความฝัน ปัญญา บารมี เป็นของที่ติดตัวเราไปได้เร่งขวนขวายตรงนี้ดีกว่า สังขารนับวันจะร่วงโรย แตกเน่าสลาย ทั้งเขาและเรา ทวารทั้ง 9 ขับถ่ายแต่ของเน่าเสียไม่มีอะไรน่ารัก เกิดในโลกทิพย์ยังดีกว่าหลายเท่า ตื่นเถิด น้องหญิง จงมีสติ สันติ สันติ สันติ ภันเต
จาก อ.สัจพจน์ [5/12/2552 20:27:25 ]

ความคิดเห็นที่ 5
ขอขอบคุณทุกความเห็นและคำแนะนำที่ช่วยกรุณาตอบกระทู้นี้ ดิฉันจะพยายามทำตามคำแนะนำที่ได้รับ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันยากสักเพียงใด ขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง
จาก คิม [8/12/2552 8:19:08 ]

ความคิดเห็นที่ 6
จาก อาเค [8/12/2552 13:58:43 ]

ความคิดเห็นที่ 7
สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้ ดิฉันก็เคยผ่านเหตุการณ์คล้ายแบบนี้เหมือน แต่เวลาที่เราผ่านมันไปได้แล้ว แล้วนึกย้อนกลับมาเวลานั่งนึกถึงความทุกข์ในตอนนั้น มันก็นึกไม่ออกแล้วค่ะว่ามันทุกข์ยังไง เคยเข้าใจความรู้สึกของคนที่เค้าฆ่าตัวตายนะค่ะ มันเป็นอารมณ์แว๊บนึงที่รู้สึกว่าหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง แต่ตอนนี้ให้มานึกความรู้สึกว่ามันรู้สึกยังไงก็จำไม่ได้แล้ว เหมือนกันกับความสุข จำไม่ได้เหมือนกันว่าอะไรในชีวิตนะที่เราเคยมีความสุขที่สุด แต่เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา คนที่เค้าเคยทุกข์หนักกว่าคุณและผ่านมันได้ก็มีเยอะแยะค่ะ ตอนนี้ต้องพยายามมองดูอะไรที่เป็นการสร้างเสริมกำลังใจให้เรามากที่สุดนะค่ะ ลองอ่านหนังสือก็ได้ค่ะ หนังสือดีๆมีแง่คิด ตอนอ่านมันก็พอลืมความทุกข์ได้บ้าง แล้วยิ่งได้แง่คิดดีๆก็เรียกสติกลับมาได้บ้าง บางทีอาจจะทำให้จุดประกายศํกยภาพบ้างอย่างในตัวเราออกมาเลยก็ได้ หรือไม่งั้นก็ต้องระวังให้ดีจะกลายเป็นคนสับสนแบบดิฉัน
จาก ปาณิศา [8/12/2552 20:06:50 ]
  ร่วมลงความเห็น > เพิ่มกระทู้ใหม่ > หน้ารวมกระทู้
รายละเอียด :
ผู้โพส :
อีเมล์ :
รูปภาพ :
ไฟล์ gif หรือ jpg ขนาดไม่เกิน 100 KB เท่านั้น
รหัสป้องกัน Security images